เตรียมรถรับลมหนาว! 7 จุดต้องเช็กก่อนออกทริปปลายปี
- ความสำคัญของการเตรียมรถยนต์ให้พร้อมสำหรับทริปหน้าหนาว
-
เจาะลึก 7 จุดตรวจเช็กที่ขาดไม่ได้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
- จุดที่ 1: ระบบเบรก หัวใจของความปลอดภัย
- จุดที่ 2: ยางรถยนต์ จุดสัมผัสเดียวกับพื้นถนน
- จุดที่ 3: แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า พลังงานขับเคลื่อนที่ต้องพร้อมเสมอ
- จุดที่ 4: ของเหลวทุกชนิด เส้นเลือดหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์
- จุดที่ 5: ระบบทำความร้อนและไล่ฝ้า ทัศนวิสัยที่ชัดเจน
- จุดที่ 6: ระบบไฟส่องสว่างและที่ปัดน้ำฝน มองเห็นและถูกเห็น
- จุดที่ 7: อุปกรณ์ฉุกเฉินติดรถ เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์
- ข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติมในการดูแลรถช่วงหน้าหนาว
- สรุปการเตรียมความพร้อมเพื่อการเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัย
เมื่อลมหนาวเริ่มพัดมาเยือน เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวและการเดินทางไกลช่วงปลายปี การเตรียมรถให้พร้อมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้จะนำเสนอแนวทางการ เตรียมรถรับลมหนาว! 7 จุดต้องเช็กก่อนออกทริปปลายปี เพื่อให้การเดินทางเต็มไปด้วยความสุขและความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากปัญหารถยนต์ขัดข้องกลางทางที่อาจเกิดขึ้นได้
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- การตรวจสอบระบบเบรกและยางรถยนต์เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในการขับขี่ โดยเฉพาะในเส้นทางลาดชันหรือคดเคี้ยว
- สภาพอากาศที่เย็นลงมีผลต่อประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ การตรวจเช็กสภาพแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าจึงช่วยป้องกันปัญหารถสตาร์ทไม่ติด
- ของเหลวต่างๆ เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำยาหล่อเย็น และน้ำมันเบรก คือหัวใจสำคัญของการทำงานของเครื่องยนต์ ควรตรวจสอบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเสมอ
- ทัศนวิสัยในการขับขี่เป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ การทำงานของระบบไฟส่องสว่าง ที่ปัดน้ำฝน และระบบไล่ฝ้า ต้องพร้อมใช้งานตลอดเวลา
- การเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินติดรถไว้ เป็นการวางแผนรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางไกล
ความสำคัญของการเตรียมรถยนต์ให้พร้อมสำหรับทริปหน้าหนาว
การเดินทางไกลในช่วงเทศกาลปีใหม่หรือวันหยุดยาวปลายปีเป็นกิจกรรมยอดนิยมสำหรับหลายคน อย่างไรก็ตาม สภาพอากาศที่หนาวเย็นและเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยอาจส่งผลกระทบต่อสมรรถนะของรถยนต์ได้มากกว่าปกติ อุณหภูมิที่ลดต่ำลงสามารถทำให้ของเหลวมีความหนืดเพิ่มขึ้น, แบตเตอรี่จ่ายไฟได้น้อยลง, และแรงดันลมยางเปลี่ยนแปลงไป การ เช็กสภาพรถ ก่อนออกเดินทางจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการบำรุงรักษาตามปกติ แต่เป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและปัญหารถเสียกลางทาง ซึ่งอาจทำให้ทริปที่วางแผนไว้ต้องสะดุดลงและอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ โดยเฉพาะเมื่อเดินทางในพื้นที่ห่างไกลที่การช่วยเหลืออาจเข้าถึงได้ยาก
ดังนั้น ผู้ขับขี่ทุกคนที่วางแผนจะเดินทางไกลควรให้ความสำคัญกับการ ตรวจรถก่อนเดินทาง อย่างละเอียด การสละเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อตรวจสอบส่วนประกอบที่สำคัญของรถยนต์ จะช่วยสร้างความมั่นใจตลอดการเดินทาง ทำให้สามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศการท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหารถยนต์ การเตรียมความพร้อมล่วงหน้ายังช่วยให้มีเวลาเพียงพอในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอก่อนออกเดินทาง ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมทางทุกคน
เจาะลึก 7 จุดตรวจเช็กที่ขาดไม่ได้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เพื่อให้การเดินทางในช่วงฤดูหนาวเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย การตรวจสอบส่วนประกอบสำคัญของรถยนต์ 7 จุดต่อไปนี้ ถือเป็นเช็กลิสต์พื้นฐานที่ผู้ใช้รถทุกคนไม่ควรมองข้าม
จุดที่ 1: ระบบเบรก หัวใจของความปลอดภัย
ระบบเบรกเป็นระบบความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของรถยนต์ การทำงานที่ผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ โดยเฉพาะเมื่อขับขี่บนเส้นทางภูเขาที่ลาดชันซึ่งเป็นที่นิยมในช่วงฤดูหนาว การตรวจสอบระบบเบรกจึงต้องทำอย่างละเอียด
- น้ำมันเบรก: ตรวจสอบระดับน้ำมันเบรกในกระปุกเก็บว่าอยู่ในระดับ “MAX” และ “MIN” หรือไม่ หากระดับน้ำมันลดลงต่ำกว่าปกติ อาจเป็นสัญญาณของการรั่วซึมในระบบหรือผ้าเบรกที่สึกหรอมาก ควรนำรถเข้าตรวจสอบโดยช่างผู้ชำนาญ นอกจากนี้ สีของน้ำมันเบรกควรจะใส หากมีสีคล้ำหรือขุ่นมาก แสดงว่าเสื่อมสภาพและควรเปลี่ยนใหม่
- ผ้าเบรกและจานเบรก: สังเกตความหนาของผ้าเบรก หากเหลือน้อยกว่า 3-4 มิลลิเมตร ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่ทันที นอกจากนี้ควรฟังเสียงขณะเบรก หากมีเสียงดังผิดปกติเหมือนเหล็กเสียดสีกัน อาจหมายถึงผ้าเบรกหมดหรือมีปัญหากับจานเบรก
- การตอบสนองของแป้นเบรก: ทดลองเหยียบเบรก หากรู้สึกว่าแป้นเบรกจมลึกกว่าปกติ หรือรู้สึกนิ่มยวบยาบ อาจมีอากาศเข้าไปในระบบน้ำมันเบรก ในทางกลับกัน หากรู้สึกว่าเบรกแข็งทื่อและต้องออกแรงเหยียบมากผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของปัญหาหม้อลมเบรก
จุดที่ 2: ยางรถยนต์ จุดสัมผัสเดียวกับพื้นถนน
ยางคือชิ้นส่วนเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง สภาพของยางจึงส่งผลต่อการควบคุมรถ การยึดเกาะถนน และระยะเบรกอย่างมีนัยสำคัญ การ ดูแลรถหน้าหนาว ควรรวมถึงการใส่ใจเรื่องยางเป็นพิเศษ
- แรงดันลมยาง: อุณหภูมิที่ลดลงทุก 10 องศาเซลเซียส จะทำให้แรงดันลมยางลดลงประมาณ 1-2 PSI ควรตรวจสอบและเติมลมยางให้ได้ตามค่ามาตรฐานที่ระบุไว้บริเวณเสาประตูฝั่งคนขับ การมีแรงดันลมยางที่เหมาะสมจะช่วยให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนเต็มที่ เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะและช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง
- ความลึกของดอกยาง: ดอกยางมีหน้าที่รีดน้ำและเพิ่มการยึดเกาะถนน หากดอกยางตื้นเกินไปจะทำให้รถลื่นได้ง่าย โดยเฉพาะบนถนนที่เปียกชื้นจากหมอกในตอนเช้า ความลึกของร่องดอกยางไม่ควรต่ำกว่า 1.6 มิลลิเมตร สามารถตรวจสอบง่ายๆ โดยใช้เหรียญบาทเสียบเข้าไปในร่องดอกยาง หากมองเห็นขอบของเหรียญ แสดงว่าดอกยางเหลือน้อยและควรเปลี่ยนยางชุดใหม่
- สภาพโดยรวมของยาง: ตรวจสอบรอบๆ แก้มยางและหน้ายางว่ามีรอยแตกลายงา, บาดแผล, รอยบวมปูด หรือมีวัตถุแปลกปลอมฝังอยู่หรือไม่ หากพบความผิดปกติ ควรนำรถไปให้ร้านยางตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย
การตรวจสอบสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอไม่ใช่แค่การบำรุงรักษา แต่คือการลงทุนในความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมเดินทางทุกคนในทริปปลายปีนี้
จุดที่ 3: แบตเตอรี่และระบบไฟฟ้า พลังงานขับเคลื่อนที่ต้องพร้อมเสมอ
อากาศเย็นทำให้ปฏิกิริยาเคมีในแบตเตอรี่ช้าลง ส่งผลให้กำลังในการสตาร์ทเครื่องยนต์ลดลง ปัญหารถสตาร์ทไม่ติดมักเกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงฤดูหนาว การตรวจสอบแบตเตอรี่จึงเป็นสิ่งจำเป็น
- อายุการใช้งาน: โดยทั่วไปแบตเตอรี่รถยนต์มีอายุการใช้งานประมาณ 2-3 ปี หากแบตเตอรี่มีอายุเกินกว่านี้ ควรนำไปตรวจสอบสภาพกับร้านที่เชี่ยวชาญเพื่อวัดกำลังไฟ หากพบว่าเริ่มเสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนใหม่ก่อนออกเดินทางไกล
- ขั้วแบตเตอรี่: ตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่ว่ามีคราบขี้เกลือ (ซัลเฟต) สีขาวหรือสีเขียวเกาะอยู่หรือไม่ หากมีควรทำความสะอาดโดยใช้น้ำอุ่นราดและใช้แปรงขัดออก จากนั้นขันขั้วแบตเตอรี่ให้แน่น คราบขี้เกลือเหล่านี้เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ไม่ดีและอาจทำให้การจ่ายไฟมีปัญหา
- ระดับน้ำกลั่น (สำหรับแบตเตอรี่ชนิดเติมน้ำกลั่น): ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นให้อยู่ระหว่างขีด Upper และ Lower เสมอ หากน้ำกลั่นพร่องให้เติมด้วยน้ำกลั่นบริสุทธิ์เท่านั้น
จุดที่ 4: ของเหลวทุกชนิด เส้นเลือดหล่อเลี้ยงเครื่องยนต์
ของเหลวต่างๆ ในรถยนต์เปรียบเสมือนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงระบบต่างๆ ให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ การตรวจสอบระดับและสภาพของของเหลวเป็นส่วนหนึ่งของการ บำรุงรักษารถยนต์ ที่สำคัญ
- น้ำมันเครื่อง: ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาเช็ดให้สะอาด แล้วเสียบกลับไปจนสุดก่อนดึงขึ้นมาดูอีกครั้ง ระดับน้ำมันเครื่องควรอยู่ระหว่างขีด F (Full) และ L (Low) สีของน้ำมันเครื่องไม่ควรดำหรือขุ่นจนเกินไป และควรเปลี่ยนถ่ายตามระยะทางหรือระยะเวลาที่กำหนด
- น้ำยาหล่อเย็น: ตรวจสอบระดับน้ำยาหล่อเย็นในหม้อพักน้ำสำรอง ควรอยู่ในระดับที่กำหนด น้ำยาหล่อเย็นช่วยป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนจัดและยังช่วยป้องกันการแข็งตัวของน้ำในระบบหล่อเย็นในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวจัด
- น้ำฉีดกระจก: เติมน้ำยาเช็ดกระจกหรือน้ำสะอาดผสมแชมพูเล็กน้อยให้เต็มกระปุกเก็บ เพื่อให้พร้อมใช้งานในการทำความสะอาดกระจกบังลมหน้า ซึ่งอาจสกปรกจากฝุ่นหรือแมลงระหว่างการเดินทางไกล ช่วยให้ทัศนวิสัยดีอยู่เสมอ
จุดที่ 5: ระบบทำความร้อนและไล่ฝ้า ทัศนวิสัยที่ชัดเจน
ในช่วงเช้าหรือกลางคืนของฤดูหนาว อุณหภูมิภายในและภายนอกรถที่แตกต่างกันอาจทำให้เกิดฝ้าที่กระจกได้ง่าย ระบบทำความร้อนและไล่ฝ้าจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทัศนวิสัยในการขับขี่
- ระบบทำความร้อน (Heater): ทดลองเปิดระบบทำความร้อนเพื่อดูว่ามีลมร้อนออกมาจากช่องแอร์หรือไม่ หากไม่มีลมร้อนหรือลมออกมาเบา อาจมีปัญหาที่ฮีตเตอร์คอร์หรือระบบควบคุม
- ระบบไล่ฝ้า: ทดลองเปิดปุ่มไล่ฝ้ากระจกหน้าและกระจกหลัง สังเกตว่าฝ้าที่กระจกจางลงหรือไม่ สำหรับกระจกหลัง สามารถตรวจสอบได้โดยการสัมผัสเบาๆ ที่เส้นไล่ฝ้าว่ามีความร้อนหรือไม่ การทำงานที่ปกติของระบบนี้จะช่วยให้มองเห็นเส้นทางได้อย่างชัดเจนและปลอดภัย
จุดที่ 6: ระบบไฟส่องสว่างและที่ปัดน้ำฝน มองเห็นและถูกเห็น
ในฤดูหนาวมักมีหมอกลงจัดในตอนเช้าและมืดเร็วกว่าปกติ ระบบไฟส่องสว่างจึงมีความสำคัญอย่างมากเพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางและเพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นรถของเรา
- ไฟส่องสว่าง: เดินตรวจสอบรอบคันว่าไฟหน้า (สูง-ต่ำ), ไฟท้าย, ไฟเบรก, ไฟเลี้ยว, และไฟฉุกเฉิน ทำงานครบทุกดวงหรือไม่ หากมีหลอดใดขาดควรรีบเปลี่ยนทันที และควรทำความสะอาดโคมไฟเพื่อไม่ให้มีคราบสกปรกบดบังความสว่าง
- ที่ปัดน้ำฝน: ตรวจสอบสภาพยางของใบปัดน้ำฝนว่าแข็งกระด้างหรือฉีกขาดหรือไม่ ทดลองฉีดน้ำและปัดดูว่าสามารถกวาดน้ำออกจากกระจกได้หมดจดโดยไม่ทิ้งคราบหรือเกิดเสียงดังผิดปกติหรือไม่ หากปัดไม่สะอาดควรเปลี่ยนใบปัดใหม่ เพื่อให้พร้อมรับมือกับฝนหรือหมอกที่ลงจัด
จุดที่ 7: อุปกรณ์ฉุกเฉินติดรถ เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์
การเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อต้อง เตรียมรถเดินทางไกล การมีอุปกรณ์ฉุกเฉินติดรถไว้อาจช่วยแก้ปัญหาง่ายๆ ได้โดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือ
- ยางอะไหล่และเครื่องมือ: ตรวจสอบลมยางอะไหล่ให้มีแรงดันลมมากกว่าปกติเล็กน้อย และตรวจสอบว่าแม่แรงและเครื่องมือถอดล้ออยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
- สายพ่วงแบตเตอรี่: เป็นอุปกรณ์สำคัญหากเกิดปัญหาแบตเตอรี่หมดระหว่างทาง
- ไฟฉาย: มีประโยชน์อย่างมากหากรถมีปัญหาในเวลากลางคืน
- ชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น: สำหรับรับมือกับอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ
- ป้ายสามเหลี่ยมสะท้อนแสง: เพื่อใช้เป็นสัญญาณเตือนรถคันอื่นเมื่อต้องจอดรถข้างทาง
| จุดที่ต้องตรวจสอบ | สิ่งที่ควรเช็ก | ความสำคัญ |
|---|---|---|
| 1. ระบบเบรก | ระดับน้ำมันเบรก, ความหนาผ้าเบรก, เสียงและการตอบสนอง | ความปลอดภัยสูงสุดในการหยุดรถและชะลอความเร็ว |
| 2. ยางรถยนต์ | แรงดันลมยาง, ความลึกดอกยาง, สภาพโดยรวมของยาง | การยึดเกาะถนน, การควบคุมรถ, และระยะเบรก |
| 3. แบตเตอรี่ | อายุการใช้งาน, สภาพขั้วแบตเตอรี่, ระดับน้ำกลั่น | ป้องกันปัญหารถสตาร์ทไม่ติดในสภาพอากาศเย็น |
| 4. ของเหลว | น้ำมันเครื่อง, น้ำยาหล่อเย็น, น้ำฉีดกระจก | การทำงานที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ |
| 5. ระบบทำความร้อน/ไล่ฝ้า | การทำงานของฮีตเตอร์และปุ่มไล่ฝ้าหน้า-หลัง | สร้างทัศนวิสัยที่ชัดเจนในการขับขี่ ลดการเกิดฝ้า |
| 6. ไฟส่องสว่าง/ที่ปัดน้ำฝน | ไฟทุกดวงรอบคัน, สภาพใบปัดน้ำฝน | การมองเห็นเส้นทางและการให้สัญญาณแก่รถคันอื่น |
| 7. อุปกรณ์ฉุกเฉิน | ยางอะไหล่, แม่แรง, สายพ่วงแบตเตอรี่, ไฟฉาย | การเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน |
ข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติมในการดูแลรถช่วงหน้าหนาว
นอกเหนือจากการตรวจสอบ 7 จุดสำคัญที่กล่าวมาแล้ว ยังมีข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติมที่ช่วยเสริมการดูแลรถยนต์ในช่วงฤดูหนาวให้ดียิ่งขึ้น
- การอุ่นเครื่องยนต์: สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ไม่จำเป็นต้องจอดอุ่นเครื่องยนต์เป็นเวลานาน เพียงสตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ประมาณ 30-60 วินาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องไหลเวียนไปหล่อลื่นชิ้นส่วนต่างๆ จากนั้นจึงค่อยๆ ขับเคลื่อนรถออกไปอย่างช้าๆ ในช่วง 2-3 กิโลเมตรแรก เพื่อให้เครื่องยนต์และระบบเกียร์ค่อยๆ ถึงอุณหภูมิทำงานที่เหมาะสม การขับแบบนุ่มนวลในช่วงแรกนี้ถือเป็นการอุ่นเครื่องที่ดีที่สุด
- การดูแลสีรถและตัวถัง: น้ำค้างและหมอกในตอนเช้ามีความชื้นสูง ซึ่งอาจทำลายชั้นเคลือบสีของรถในระยะยาวได้ การจอดรถในที่ร่มหรือใช้ผ้าคลุมรถจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้ นอกจากนี้ ควรล้างทำความสะอาดรถอย่างสม่ำเสมอเพื่อกำจัดคราบสกปรกที่อาจเกาะติดแน่น ซึ่งการเคลือบสีรถยนต์จะช่วยสร้างชั้นฟิล์มปกป้องสีรถจากปัจจัยเหล่านี้ และยังช่วยให้ทำความสะอาดรถได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
สรุปการเตรียมความพร้อมเพื่อการเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัย
การ เตรียมรถรับลมหนาว! 7 จุดต้องเช็กก่อนออกทริปปลายปี เป็นขั้นตอนที่จำเป็นและไม่ควรมองข้าม การตรวจสอบระบบเบรก, ยางรถยนต์, แบตเตอรี่, ของเหลว, ระบบทำความร้อน, ไฟส่องสว่าง, และอุปกรณ์ฉุกเฉิน จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาและอุบัติเหตุ ทำให้การเดินทางไป เที่ยวปีใหม่ ของทุกคนเต็มไปด้วยความสุขและความทรงจำที่ดี การบำรุงรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ไม่เพียงแต่เพื่อสมรรถนะของรถ แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมทาง
นอกจากการเตรียมความพร้อมด้านเครื่องยนต์และระบบต่างๆ แล้ว การดูแลสภาพภายนอกของรถให้สวยงามก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยเพิ่มความสุขในการเดินทาง หากต้องการให้รถยนต์คู่ใจดูใหม่และพร้อมสำหรับทุกทริป การดูแลรักษาสีรถยนต์โดยผู้เชี่ยวชาญก็เป็นทางเลือกที่ดี
สำหรับผู้ที่อยู่ในจังหวัดขอนแก่นหรือพื้นที่ใกล้เคียง และกำลังมองหาบริการดูแลรถยนต์ครบวงจร ที่ HYPERLAB CAR DETAILLING มีบริการล้าง ขัด เคลือบ และซ่อมสีรถยนต์โดยทีมงานมืออาชีพ เพื่อให้รถของคุณสวยงามและได้รับการปกป้องอย่างดีที่สุดก่อนออกเดินทาง
ที่อยู่: 612 ม.3 ถ.โนนม่วง ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00–18.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 066-156-9878
สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม เพื่อจองคิวหรือรับคำปรึกษาด้านการดูแลรักษาสีรถยนต์ได้ทันที