ai generated 80

กฎใหม่! ประกันรถ EV ปี 2569 คุ้มครองอะไรบ้าง?

สารบัญ

บทความนี้จะสรุปภาพรวมเกี่ยวกับ กฎใหม่! ประกันรถ EV ปี 2569 คุ้มครองอะไรบ้าง? ซึ่งเป็นข้อบังคับใหม่จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงรถยนต์ประเภทอื่นในอนาคต การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนสำหรับความคุ้มครองชิ้นส่วนสำคัญอย่างแบตเตอรี่ และส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยผ่านระบบส่วนลดเบี้ยประกันแบบใหม่

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ

  • กฎใหม่บังคับให้ประกันรถ EV ต้องเป็นแบบ “ระบุชื่อผู้ขับขี่” สูงสุด 5 คน โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ปี 2567
  • ผู้ขับขี่ที่มีประวัติดีและไม่มีการเคลมอุบัติเหตุ จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันสูงสุดถึง 40%
  • มีการกำหนดเกณฑ์ความคุ้มครองแบตเตอรี่ที่ชัดเจน โดยชดเชยตามมูลค่าที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน
  • ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป รถยนต์ส่วนบุคคลทุกประเภทจะต้องใช้ระบบประกันแบบระบุชื่อผู้ขับขี่เช่นเดียวกัน
  • หากผู้ขับขี่ที่ไม่มีชื่อในกรมธรรม์เป็นฝ่ายผิด จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรก (Deductible) ก่อนที่บริษัทประกันจะชดใช้ค่าเสียหายส่วนที่เหลือ

ภาพรวมกฎใหม่ประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า

กฎใหม่! ประกันรถ EV ปี 2569 คุ้มครองอะไรบ้าง? - new-ev-car-insurance-rules-2026

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง คปภ. ต้องออกมาตรฐานกลางสำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัยเพื่อรองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป กฎเกณฑ์ใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้เอาประกันและบริษัทประกันภัย โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนนและจูงใจให้ผู้ขับขี่มีพฤติกรรมที่ปลอดภัยมากขึ้น

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงคือการนำระบบ “ประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับขี่” มาใช้เป็นมาตรฐานสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งแตกต่างจากกรมธรรม์ในอดีตที่ให้ความคุ้มครองผู้ขับขี่คนใดก็ได้ที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของรถ ระบบใหม่นี้จะเชื่อมโยงเบี้ยประกันเข้ากับประวัติและพฤติกรรมการขับขี่ของบุคคลที่ระบุไว้โดยตรง ทำให้ผู้ขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่ำจ่ายเบี้ยประกันน้อยลง ขณะเดียวกันยังมีการกำหนดหลักเกณฑ์ความคุ้มครองแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่มีมูลค่าสูงที่สุดของรถ EV ให้มีความชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน

เจาะลึกสาระสำคัญของประกันรถ EV ฉบับใหม่

กฎเกณฑ์ใหม่จาก คปภ. ได้กำหนดรายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขสำหรับประกันรถยนต์ไฟฟ้าไว้อย่างชัดเจน โดยมี 3 ประเด็นหลักที่เจ้าของรถ EV ต้องทำความเข้าใจ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดและวางแผนการต่อประกันรถยนต์ได้อย่างเหมาะสม

หลักการระบุชื่อผู้ขับขี่: ยิ่งขับดี เบี้ยยิ่งถูก

กรมธรรม์ประกันรถ EV รูปแบบใหม่กำหนดให้เจ้าของรถต้องระบุชื่อผู้ขับขี่หลักอย่างน้อย 1 คน และสามารถระบุได้สูงสุดถึง 5 คน บริษัทประกันจะนำข้อมูลประวัติการขับขี่ของผู้ที่ถูกระบุชื่อทั้งหมดมาประเมินความเสี่ยงและคำนวณเบี้ยประกัน

ระบบนี้จะมีการจัดระดับพฤติกรรมของผู้ขับขี่ออกเป็น 5 ระดับ โดยอ้างอิงจากประวัติการเกิดอุบัติเหตุและการเคลมประกันในปีก่อนๆ ผู้ขับขี่ที่อยู่ในระดับพฤติกรรมดีเยี่ยม (ไม่มีประวัติการชนหรือเคลมเป็นฝ่ายผิด) จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นจากเดิม เมื่อรวมกับส่วนลดประวัติดีที่มีอยู่แล้ว อาจทำให้ได้รับส่วนลดสูงสุดถึง 40% หลักการนี้จึงเป็นการให้รางวัลแก่ผู้ขับขี่ที่ปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ ซึ่งช่วยลดต้นทุนค่าเบี้ยประกันในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ

ความคุ้มครองแบตเตอรี่: ชดเชยตามมูลค่าเสื่อมสภาพ

หนึ่งในความกังวลหลักของเจ้าของรถ EV คือค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ซึ่งมีราคาสูงมาก กฎใหม่นี้ได้สร้างมาตรฐานความคุ้มครองที่ชัดเจน โดยกำหนดให้การชดใช้ค่าเสียหายของแบตเตอรี่เป็นไปตามมูลค่าที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ซึ่งช่วยลดข้อโต้แย้งระหว่างผู้เอาประกันและบริษัทประกัน

อัตราการชดเชยถูกกำหนดไว้เป็นขั้นบันไดตามอายุของแบตเตอรี่นับจากวันที่รถจดทะเบียนครั้งแรก หากเกิดความเสียหายสิ้นเชิงและต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ บริษัทประกันจะชดใช้ตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในตาราง

ตารางแสดงอัตราการชดเชยความเสียหายของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าตามอายุการใช้งาน
อายุแบตเตอรี่ อัตราการชดเชย (จากมูลค่าแบตเตอรี่ใหม่)
ไม่เกิน 1 ปี 100%
เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี 90%
เกิน 2 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี 80%
เกิน 3 ปี แต่ไม่เกิน 4 ปี 70%
เกิน 4 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี 60%

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ระหว่างอายุของกรมธรรม์ เจ้าของรถสามารถเลือกที่จะปรับเพิ่มทุนประกันให้ครอบคลุมมูลค่าแบตเตอรี่ใหม่ได้ โดยชำระเบี้ยประกันเพิ่มตามสัดส่วน หรือจะคงทุนประกันเดิมไว้ ซึ่งในกรณีหลัง หากเกิดเหตุขึ้นอีกครั้ง การชดเชยก็จะยังคงอ้างอิงตามตารางอายุแบตเตอรี่เดิม

ข้อควรระวัง: กรณีผู้ขับขี่ที่ไม่มีชื่อในกรมธรรม์

แม้ว่ากรมธรรม์แบบใหม่จะเน้นการระบุชื่อผู้ขับขี่ แต่ก็ยังให้ความคุ้มครองในกรณีที่บุคคลอื่นซึ่งไม่ปรากฏชื่อในกรมธรรม์นำรถไปใช้และเกิดอุบัติเหตุขึ้น อย่างไรก็ตาม จะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่สำคัญคือ “ค่าใช้จ่ายส่วนแรก” หรือ Deductible

หากผู้ขับขี่ที่ไม่ได้ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์เป็นฝ่ายผิดและต้องการเคลมประกัน ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรกก่อน โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 6,000 บาท สำหรับความเสียหายต่อรถยนต์ของตนเอง และ 2,000 บาท สำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี

ดังนั้น การวางแผนและระบุชื่อบุคคลที่มีโอกาสขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวไว้ล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดในอนาคต นอกจากนี้ กฎใหม่ยังระบุเงื่อนไขห้ามการดัดแปลงสภาพรถ EV ที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยและระบบไฟฟ้า ซึ่งอาจเป็นเหตุให้บริษัทประกันปฏิเสธความคุ้มครองได้

ไทม์ไลน์การบังคับใช้กฎหมาย ใครได้รับผลกระทบบ้าง?

คปภ. ได้วางแผนการบังคับใช้กฎเกณฑ์ใหม่นี้เป็นระยะ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งเจ้าของรถและบริษัทประกันภัยได้มีเวลาปรับตัว โดยแบ่งไทม์ไลน์การบังคับใช้ออกเป็น 3 ระยะหลักตามประเภทของรถยนต์

กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

รถยนต์ไฟฟ้าเป็นกลุ่มแรกที่ต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใหม่นี้ โดยมีผลบังคับใช้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2567 เป็นต้นมา ดังนั้น การต่อประกันรถยนต์ไฟฟ้าทุกคันหลังจากวันดังกล่าว จะต้องทำภายใต้เงื่อนไขของกรมธรรม์แบบระบุชื่อผู้ขับขี่และมาตรฐานความคุ้มครองแบตเตอรี่ใหม่นี้ทั้งหมด

กลุ่มรถใหม่ป้ายแดง

สำหรับรถยนต์ใหม่ป้ายแดงทุกประเภท (รวมถึงรถยนต์สันดาป) ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี จะเริ่มใช้กฎเกณฑ์นี้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้เจ้าของรถใหม่คุ้นเคยกับระบบประกันที่อิงกับพฤติกรรมการขับขี่ตั้งแต่เริ่มต้น

กลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป

ท้ายที่สุด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปทุกคันที่จดทะเบียนในประเทศไทย (รวมรถยนต์สันดาปเดิม) จะต้องเปลี่ยนมาใช้ระบบประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ทั้งหมด ซึ่งจะทำให้ระบบประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจของไทยเปลี่ยนเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดในที่สุด

ผู้ใช้รถ EV ต้องเตรียมตัวอย่างไรกับกฎใหม่?

เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและเตรียมพร้อมสำหรับการต่อประกันรถยนต์ภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่ เจ้าของรถ EV ควรพิจารณาและดำเนินการในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

รวบรวมรายชื่อผู้ขับขี่หลัก

ก่อนถึงกำหนดต่อประกัน ควรวางแผนและตัดสินใจว่าจะระบุชื่อใครเป็นผู้ขับขี่บ้าง โดยพิจารณาจากบุคคลที่ใช้งานรถยนต์คันดังกล่าวเป็นประจำ เช่น สมาชิกในครอบครัว เพื่อให้กรมธรรม์ครอบคลุมการใช้งานจริงและหลีกเลี่ยงการจ่ายค่า Deductible ที่ไม่จำเป็น การระบุชื่อผู้ขับขี่ที่มีประวัติดีจะช่วยให้เบี้ยประกันโดยรวมลดลง

ตรวจสอบและรักษาประวัติการขับขี่

เนื่องจากเบี้ยประกันจะผูกกับประวัติของผู้ขับขี่โดยตรง การรักษาประวัติการขับขี่ให้ดีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจร เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและการเคลมประกัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อส่วนลดเบี้ยประกันในปีถัดๆ ไป

ทำความเข้าใจเงื่อนไขความคุ้มครองแบตเตอรี่

เจ้าของรถควรศึกษาตารางการชดเชยมูลค่าแบตเตอรี่ให้เข้าใจ และอาจพิจารณาซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมหากต้องการความคุ้มครองที่ครอบคลุม 100% ตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งบางบริษัทประกันอาจมีข้อเสนอเป็นผลิตภัณฑ์เสริม นอกจากนี้ การดูแลรักษาแบตเตอรี่ตามคำแนะนำของผู้ผลิต เช่น การหลีกเลี่ยงการชาร์จเร็วบ่อยเกินไป หรือการไม่ปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานและลดความเสี่ยงจากความเสียหายได้

สรุปและแนวทางการดูแลรักษารถ EV เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด

กฎใหม่! ประกันรถ EV ปี 2569 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ยกระดับมาตรฐานประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทยให้สอดคล้องกับยุคยานยนต์ไฟฟ้า การเปลี่ยนสู่ระบบระบุชื่อผู้ขับขี่และกำหนดความคุ้มครองแบตเตอรี่ที่ชัดเจน ไม่เพียงแต่สร้างความเป็นธรรมด้านราคาเบี้ยประกัน แต่ยังส่งเสริมวัฒนธรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม ผู้ใช้รถ EV ควรทำความเข้าใจในรายละเอียดและเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงและใช้สิทธิประโยชน์จากกฎเกณฑ์ใหม่นี้อย่างเต็มที่

นอกจากการวางแผนด้านประกันภัยแล้ว การดูแลรักษาสภาพรถยนต์ให้สมบูรณ์อยู่เสมอถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและรักษาทั้งมูลค่าของรถและแบตเตอรี่ในระยะยาว การดูแลรักษาสีและตัวถังรถให้เหมือนใหม่ ไม่เพียงแต่สร้างความสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงการเอาใจใส่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับขี่อย่างรับผิดชอบ

สำหรับเจ้าของรถยนต์ในจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง ที่ต้องการบริการดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการล้าง ขัด เคลือบสี หรือซ่อมแซมสีตัวถัง เพื่อให้รถยนต์คู่ใจของคุณสวยงามและพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัยเสมอ สามารถเข้ารับบริการได้ที่ HYPERLAB CAR DETAILLING ซึ่งเป็นศูนย์บริการดูแลรักษารถยนต์มืออาชีพ

ที่ตั้ง: 612 ม.3 ถ.โนนม่วง ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00–18.00 น.
เบอร์ติดต่อ: 066-156-9878

เพื่อการดูแลรถยนต์ของคุณอย่างดีที่สุด ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม เพื่อนัดหมายเข้ารับบริการได้ทันที

Similar Posts