ai generated 95

แบต Solid-State มาแน่! EV วิ่ง 1,000 กม. ไม่ต้องชาร์จบ่อย

สารบัญ

เทคโนโลยีแบตเตอรี่โซลิดสเตตกำลังจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยศักยภาพที่จะทำให้รถ EV วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว พร้อมทั้งเพิ่มความปลอดภัยและลดระยะเวลาการชาร์จลงอย่างมาก การพัฒนานี้ไม่เพียงแต่จะแก้ไขข้อกังวลหลักของผู้บริโภค แต่ยังเป็นการปูทางไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนของระบบขนส่งทั่วโลก

ประเด็นสำคัญของเทคโนโลยีโซลิดสเตต

  • ระยะทางที่ไกลขึ้น: แบตเตอรี่โซลิดสเตตมีความหนาแน่นพลังงานสูง ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีศักยภาพวิ่งได้ไกลถึง 1,000 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
  • ความปลอดภัยสูงสุด: การใช้อิเล็กโทรไลต์แบบของแข็งช่วยลดความเสี่ยงจากการรั่วไหล การติดไฟ หรือการระเบิด ซึ่งเป็นจุดอ่อนของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบดั้งเดิม
  • การชาร์จที่รวดเร็ว: เทคโนโลยีนี้สามารถลดระยะเวลาการชาร์จให้เหลือเพียง 9-15 นาที ซึ่งใกล้เคียงกับการเติมน้ำมันเชื้อเพลิง
  • อายุการใช้งานยาวนาน: โครงสร้างของแข็งทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพช้าลง ยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานกว่าเดิม
  • การแข่งขันในตลาด: บริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลกต่างเร่งวิจัยและพัฒนาเพื่อนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ในเชิงพาณิชย์ คาดว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

การมาถึงของเทคโนโลยี แบต Solid-State มาแน่! EV วิ่ง 1,000 กม. ไม่ต้องชาร์จบ่อย กำลังส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีนี้ถือเป็นคำตอบสำหรับข้อจำกัดสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระยะทางวิ่งที่จำกัด ความกังวลด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่ และระยะเวลาในการชาร์จที่ยาวนาน การเปลี่ยนผ่านจากอิเล็กโทรไลต์ชนิดของเหลวมาเป็นของแข็งไม่เพียงแต่เป็นการปรับปรุงทางวิศวกรรม แต่คือการปฏิวัติที่อาจกำหนดทิศทางของตลาดยานยนต์ในทศวรรษหน้า

บทความนี้จะสำรวจเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซลิดสเตตในทุกมิติ ตั้งแต่หลักการทำงานพื้นฐาน ข้อดีที่เหนือกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบดั้งเดิม ความคืบหน้าของบริษัทชั้นนำที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ไปจนถึงความท้าทายที่ยังคงมีอยู่ และที่สำคัญที่สุดคือการคาดการณ์ว่าผู้บริโภคจะได้สัมผัสกับนวัตกรรมนี้เมื่อใด ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตอันใกล้นี้

แบตเตอรี่โซลิดสเตตคืออะไร: ก้าวต่อไปของวงการ EV

แบต Solid-State มาแน่! EV วิ่ง 1,000 กม. ไม่ต้องชาร์จบ่อย - solid-state-battery-ev-1000km

แบตเตอรี่โซลิดสเตต (Solid-State Battery หรือ SSB) คือเทคโนโลยีการเก็บพลังงานยุคใหม่ที่ถูกจับตามองว่าจะเข้ามาแทนที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในรถยนต์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างแบตเตอรี่ทั้งสองชนิดนี้อยู่ที่ส่วนประกอบที่เรียกว่า “อิเล็กโทรไลต์” (Electrolyte)

นิยามและหลักการทำงานพื้นฐาน

ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบดั้งเดิม อิเล็กโทรไลต์จะอยู่ในสถานะของเหลวหรือเจล ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้ไอออนของลิเธียมเคลื่อนที่ระหว่างขั้วบวก (Cathode) และขั้วลบ (Anode) ในระหว่างกระบวนการชาร์จและคายประจุ อย่างไรก็ตาม อิเล็กโทรไลต์เหลวนี้มีข้อเสียคือมีความไวไฟสูงและอาจเกิดการรั่วไหลได้หากแบตเตอรี่ได้รับความเสียหาย นำไปสู่ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ในทางกลับกัน แบตเตอรี่โซลิดสเตตใช้อิเล็กโทรไลต์ที่อยู่ในสถานะ “ของแข็ง” ซึ่งมักทำจากวัสดุประเภทเซรามิกหรือพอลิเมอร์แข็ง การเปลี่ยนมาใช้วัสดุของแข็งนี้ช่วยขจัดความเสี่ยงจากการรั่วไหลและการติดไฟได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้แบตเตอรี่มีความปลอดภัยสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ โครงสร้างของแข็งยังช่วยป้องกันการเกิด “เดนไดรต์” (Dendrites) หรือผลึกโลหะลิเธียมที่มีลักษณะคล้ายเข็ม ซึ่งมักจะก่อตัวขึ้นบนขั้วลบและอาจแทงทะลุตัวกั้นจนทำให้เกิดการลัดวงจรในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั่วไป

หัวใจของแบตเตอรี่โซลิดสเตตคือการแทนที่อิเล็กโทรไลต์ของเหลวที่ติดไฟได้ด้วยวัสดุของแข็งที่ไม่ติดไฟ ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความปลอดภัย แต่ยังปลดล็อกศักยภาพในการเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ประเภทของแบตเตอรี่โซลิดสเตต

เทคโนโลยีแบตเตอรี่โซลิดสเตตสามารถแบ่งออกเป็นประเภทหลักๆ ตามกระบวนการผลิตและโครงสร้างได้ดังนี้:

  • Thin-film Solid-State Battery: แบตเตอรี่ประเภทนี้ผลิตโดยใช้เทคนิคการเคลือบฟิล์มบางในสภาวะสุญญากาศ ทำให้อิเล็กโทรไลต์และส่วนประกอบอื่นๆ มีลักษณะเป็นชั้นฟิล์มที่บางมาก แม้จะมีเสถียรภาพสูงและอายุการใช้งานยาวนาน แต่ก็มีความจุพลังงานค่อนข้างน้อย จึงเหมาะกับการใช้งานในอุปกรณ์ขนาดเล็ก เช่น เซ็นเซอร์ หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ มากกว่าที่จะใช้ในยานยนต์ไฟฟ้า
  • Bulk Solid-State Battery: นี่คือประเภทที่กำลังถูกพัฒนาอย่างเข้มข้นเพื่อใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ชนิดนี้สร้างขึ้นจากการนำวัสดุอิเล็กโทรไลต์ที่เป็นผงหรือเม็ดเล็กๆ มาอัดรวมกันเพื่อสร้างโครงสร้างที่ใหญ่ขึ้น ทำให้สามารถเก็บพลังงานได้ในปริมาณมหาศาล เหมาะสมกับความต้องการพลังงานสูงของรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการวิจัยและพัฒนาในปัจจุบัน

ข้อได้เปรียบที่เหนือกว่า: ทำไมโซลิดสเตตจึงเป็นอนาคต

การเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีโซลิดสเตตไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงเล็กน้อย แต่เป็นการยกระดับประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ในหลายมิติ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภค

ระยะทางไกลขึ้นและชาร์จเร็วขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของแบตเตอรี่โซลิดสเตตคือความหนาแน่นของพลังงาน (Energy Density) ที่สูงกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนอย่างเห็นได้ชัด โดยคาดว่าจะมีค่าเกิน 350 วัตต์-ชั่วโมงต่อกิโลกรัม (Wh/kg) ในขณะที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ดีที่สุดในปัจจุบันยังคงมีค่าไม่เกิน 300 Wh/kg ความหนาแน่นพลังงานที่สูงขึ้นนี้หมายความว่า ในขนาดและน้ำหนักที่เท่ากัน แบตเตอรี่โซลิดสเตตสามารถเก็บพลังงานได้มากกว่าเดิม

ศักยภาพนี้ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถออกแบบรถ EV ที่วิ่งได้ไกลถึง 1,000 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มเพียงครั้งเดียว ซึ่งเป็นการทำลายข้อจำกัดด้านระยะทางและขจัดความกังวล (Range Anxiety) ของผู้ใช้งานไปได้อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ การที่อิเล็กโทรไลต์ของแข็งมีความเสถียรสูงยังเอื้อให้สามารถใช้วัสดุขั้วลบที่เป็นลิเธียมบริสุทธิ์ได้ ซึ่งช่วยเพิ่มความจุพลังงานให้สูงขึ้นไปอีก และที่สำคัญคือ อัตราการเคลื่อนที่ของไอออนในอิเล็กโทรไลต์ของแข็งบางชนิดยังสามารถทำได้รวดเร็วกว่าของเหลว ส่งผลให้สามารถชาร์จแบตเตอรี่จากระดับต่ำไปจนเกือบเต็มได้ภายในเวลาเพียง 9-15 นาที เท่านั้น

ความปลอดภัยที่เหนือกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

ความปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่แบตเตอรี่โซลิดสเตตมีความโดดเด่น เนื่องจากไม่มีส่วนประกอบที่เป็นของเหลวไวไฟ จึงไม่มีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลหรือการลุกไหม้เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือแบตเตอรี่ได้รับความเสียหายทางกายภาพ นอกจากนี้ ความเสถียรทางความร้อนของอิเล็กโทรไลต์ของแข็งยังสูงกว่ามาก ทำให้แบตเตอรี่สามารถทำงานได้ในสภาวะอุณหภูมิที่หลากหลายโดยไม่จำเป็นต้องมีระบบระบายความร้อนที่ซับซ้อนและมีน้ำหนักมากเหมือนในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน การลดขนาดและน้ำหนักของระบบระบายความร้อนลงไม่เพียงแต่ช่วยให้รถยนต์มีน้ำหนักเบาลงและประหยัดพลังงานมากขึ้น แต่ยังเปิดโอกาสให้นักออกแบบมีอิสระในการจัดวางส่วนประกอบต่างๆ ภายในตัวรถได้มากขึ้นอีกด้วย

อายุการใช้งานยาวนานและน้ำหนักเบา

แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจะเสื่อมสภาพลงตามกาลเวลาและการใช้งาน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีภายในเซลล์ เช่น การเกิดเดนไดรต์และการเสื่อมของอิเล็กโทรไลต์เหลว แต่สำหรับแบตเตอรี่โซลิดสเตต โครงสร้างที่เป็นของแข็งและมีความเสถียรสูงช่วยชะลอการเสื่อมสภาพเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อายุการใช้งาน (Cycle Life) ยาวนานขึ้นอย่างมาก ซึ่งหมายความว่าแบตเตอรี่จะยังคงเก็บประจุได้ดีแม้จะผ่านการชาร์จมาแล้วนับพันครั้งก็ตาม คุณสมบัตินี้จะช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว และส่งผลดีต่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามือสองในอนาคต

เปรียบเทียบคุณสมบัติหลักระหว่างแบตเตอรี่โซลิดสเตตและแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั่วไป
คุณสมบัติ Solid-State Battery Lithium-Ion ทั่วไป
ความหนาแน่นพลังงาน (Energy Density) สูงกว่า 350 Wh/kg ไม่เกิน 300 Wh/kg
ความปลอดภัย สูงมาก (อิเล็กโทรไลต์ของแข็ง ไม่รั่วไหล/ติดไฟ) มีความเสี่ยงจากการรั่วไหลและอาจเกิดการระเบิดหรือลุกไหม้ได้
ระยะเวลาชาร์จ (10-80%) รวดเร็ว (ประมาณ 9-15 นาที) ช้ากว่า (โดยทั่วไป 30 นาทีขึ้นไป)
อายุการใช้งาน (Cycle Life) ยาวนานกว่า เสื่อมสภาพช้า เสื่อมสภาพเร็วขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
ระบบระบายความร้อน ต้องการระบบขนาดเล็กหรือไม่จำเป็น จำเป็นต้องมีระบบระบายความร้อนที่ซับซ้อน

ความคืบหน้าล่าสุด: ใครคือผู้นำในเทคโนโลยีนี้

แม้ว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซลิดสเตตจะยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาเพื่อนำไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ แต่ความคืบหน้าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยมีบริษัทเทคโนโลยีและค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่หลายแห่งเข้ามาลงทุนและแข่งขันกันอย่างดุเดือด

การแข่งขันของยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรม

การแข่งขันเพื่อเป็นผู้นำในตลาดแบตเตอรี่โซลิดสเตตนั้นมีความเข้มข้นสูง เนื่องจากบริษัทที่สามารถผลิตเทคโนโลยีนี้ได้ในราคาที่แข่งขันได้ก่อน จะกุมความได้เปรียบในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไปอีกหลายปี ตัวอย่างบริษัทที่มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจได้แก่:

  • Solid Power (สหรัฐอเมริกา): บริษัทนี้ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจากค่ายรถยนต์ชื่อดังอย่าง BMW และ Ford และได้ประกาศความสำเร็จในการผลิตเซลล์แบตเตอรี่โซลิดสเตตขนาด 20 แอมแปร์-ชั่วโมง (Ah) ซึ่งเป็นขนาดที่ใกล้เคียงกับการนำไปใช้งานจริงในรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มนำไปทดสอบในรถยนต์ต้นแบบในเร็วๆ นี้
  • BYD (จีน): ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่รายใหญ่ของโลกอย่าง BYD ได้ประกาศแผนการพัฒนาแบตเตอรี่โซลิดสเตตของตนเอง โดยตั้งเป้าให้สามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วภายใน 10 นาที และมีราคาที่สามารถแข่งขันได้ โดยคาดการณ์ว่าต้นทุนการผลิตอาจลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 150-250 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง (USD/kWh) ภายในปี 2027 ซึ่งเป็นระดับราคาที่ถูกกว่าแบตเตอรี่ NMC (Nickel Manganese Cobalt) ที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน
  • ค่ายรถยนต์อื่นๆ: นอกจากนี้ยังมีค่ายรถยนต์อีกหลายแห่ง เช่น Toyota, Volkswagen และ Hyundai ที่ต่างก็ทุ่มงบประมาณมหาศาลในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีนี้เช่นกัน การแข่งขันที่รุนแรงนี้เป็นสัญญาณที่ดีว่าเทคโนโลยีโซลิดสเตตกำลังจะกลายเป็นความจริงในอีกไม่ช้า

สถานการณ์และไทม์ไลน์ที่คาดการณ์

แม้จะยังไม่มีการใช้งานแบตเตอรี่โซลิดสเตตในรถยนต์ไฟฟ้าที่วางจำหน่ายทั่วไปในปัจจุบัน แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าเทคโนโลยีนี้อาจจะมาถึงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก โดยคาดว่าอาจจะได้เห็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ใช้แบตเตอรี่โซลิดสเตตเปิดตัวสู่ตลาดภายใน 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะเริ่มต้นจากรถยนต์ในกลุ่มพรีเมียมก่อน จากนั้นต้นทุนการผลิตจะค่อยๆ ลดลงจนสามารถนำมาใช้ในรถยนต์ระดับทั่วไปได้ในที่สุด

ความท้าทายและข้อจำกัดในปัจจุบัน

ถึงแม้ว่าแบตเตอรี่โซลิดสเตตจะมีศักยภาพที่น่าทึ่ง แต่การนำเทคโนโลยีนี้มาสู่การผลิตในระดับมหภาค (Mass Production) ยังคงเผชิญกับความท้าทายที่สำคัญอยู่หลายประการ

ต้นทุนการผลิตที่ยังสูง

อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้คือต้นทุนการผลิตที่ยังคงสูงกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนอย่างมาก วัสดุที่ใช้ทำอิเล็กโทรไลต์ของแข็งบางชนิด เช่น เซรามิก ยังมีราคาแพงและกระบวนการผลิตมีความซับซ้อนสูง การลดต้นทุนให้ลงมาอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันกับเทคโนโลยีปัจจุบันได้จึงเป็นเป้าหมายหลักของทุกบริษัทที่กำลังทำการวิจัยในด้านนี้

อุปสรรคในการผลิตเชิงพาณิชย์

การขยายขนาดการผลิตจากระดับห้องปฏิบัติการไปสู่ระดับอุตสาหกรรมเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่สำคัญ การรักษาคุณภาพและความสม่ำเสมอของวัสดุอิเล็กโทรไลต์ของแข็งในกระบวนการผลิตจำนวนมากยังคงเป็นเรื่องที่ต้องมีการพัฒนาเพิ่มเติม นอกจากนี้ การสร้างส่วนเชื่อมต่อ (interface) ที่ดีระหว่างอิเล็กโทรไลต์ของแข็งกับขั้วไฟฟ้าก็เป็นปัญหาทางเทคนิคที่ต้องแก้ไข เพื่อให้ไอออนสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดความต้านทานสูงภายในเซลล์แบตเตอรี่ อย่างไรก็ตาม ด้วยการลงทุนและการวิจัยอย่างต่อเนื่อง คาดว่าอุปสรรคเหล่านี้จะค่อยๆ ถูกแก้ไขได้ในอนาคตอันใกล้

สรุปอนาคตรถยนต์ไฟฟ้าและบทบาทของเทคโนโลยีโซลิดสเตต

เทคโนโลยีแบตเตอรี่โซลิดสเตตไม่ได้เป็นเพียงความฝันอีกต่อไป แต่เป็นนวัตกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงและพร้อมที่จะปฏิวัติวงการยานยนต์ไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งในด้านระยะทางที่ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร ความเร็วในการชาร์จที่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่นาที และมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้เทคโนโลยีนี้สามารถแก้ไขข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันได้อย่างตรงจุด

ในอนาคตอันใกล้ เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่โซลิดสเตตกลายเป็นมาตรฐานใหม่ การดูแลรักษายานยนต์ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยย่อมต้องการความใส่ใจและบริการที่มีคุณภาพสูงสุดเช่นกัน รถยนต์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมสมควรได้รับการดูแลที่ดีที่สุด เพื่อให้สมรรถนะและความสวยงามคงอยู่ยาวนานควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ

สำหรับผู้ที่ต้องการบริการดูแลรักษารถยนต์ระดับพรีเมียมในจังหวัดขอนแก่น HYPERLAB CAR DETAILLING พร้อมให้บริการดูแลรถยนต์ของคุณอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นบริการล้าง ขัด เคลือบสี หรือซ่อมแซมสี ด้วยทีมงานมืออาชีพและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เพื่อให้รถยนต์ของคุณดูดีเหมือนใหม่อยู่เสมอ

HYPERLAB CAR DETAILLING เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00–18:00 น. สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 066-156-9878 หรือเข้ามาเยี่ยมชมได้ที่ร้านซึ่งตั้งอยู่ที่ 612 ม.3 ถ.โนนม่วง ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000 เตรียมความพร้อมให้รถของคุณเพื่อต้อนรับอนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้าได้แล้ววันนี้ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทาง LINE Official ได้ทันที

Similar Posts