เปิดยอดจอง Motor Expo 2025 EV จีนแรงจริงไหม?
งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Motor Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 11 ธันวาคม 2568 ได้กลายเป็นมาตรวัดสำคัญที่สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปีถัดไป บทความนี้จะวิเคราะห์ภาพรวมยอดจอง โดยเฉพาะประเด็นคำถามที่ว่า เปิดยอดจอง Motor Expo 2025 EV จีนแรงจริงไหม? พร้อมเจาะลึกถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค และฉายภาพแนวโน้มตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2026
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- ยอดจองครึ่งทางแรก: Motor Expo 2025 มียอดจองรวม 7 วันแรก (28 พ.ย. – 4 ธ.ค.) สูงถึง 28,254 คัน โดยกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากประเทศจีนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง
- EV จีนครองตลาด: รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนในกลุ่มราคา 400,000–700,000 บาท ได้รับความนิยมสูงสุด สะท้อนจากยอดจองของรุ่น GEELY EX2, BYD Dolphin, และ MG4
- มาตรการรัฐหนุน: โครงการสนับสนุน EV 3.0 ที่กำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มกราคม 2569 เป็นปัจจัยเร่งด่วนที่กระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าภายในงาน
- การผลิตในประเทศ: หลายแบรนด์จีนเริ่มเดินสายการผลิตในประเทศไทย เช่น Changan และ BYD ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นและราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น
- นวัตกรรมและเทคโนโลยี: ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนนำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนไทย เช่น พื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ระยะทางวิ่งไกล และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกครบครัน
สรุปภาพรวม Motor Expo 2025 และทิศทางตลาดรถยนต์
Motor Expo 2025 ถือเป็นเวทีสำคัญที่ผู้ผลิตรถยนต์ทั้งค่ายญี่ปุ่น ยุโรป และจีน ต่างนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมล่าสุดเพื่อดึงดูดผู้บริโภคชาวไทย บรรยากาศภายในงานสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปภายในไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งกลายเป็นกระแสหลักอย่างชัดเจน งานในปีนี้ไม่เพียงแต่เป็นการจัดแสดงรถยนต์รุ่นใหม่ แต่ยังเป็นเครื่องชี้วัดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและทิศทางของตลาดในปี 2026 ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐที่กำลังจะสิ้นสุดลง
ความน่าสนใจของงานไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงโปรโมชั่นและแคมเปญส่งเสริมการขายที่เข้มข้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าที่ผู้ผลิตต่างพยายามช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดก่อนที่มาตรการอุดหนุน EV 3.0 จะหมดเขต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตัดสินใจซื้อของผู้เข้าชมงานจำนวนมาก
เจาะลึกยอดจองครึ่งทางแรก: EV จีนครองตลาดจริงหรือ?
จากข้อมูลยอดจองรถยนต์ในช่วงครึ่งแรกของงาน (28 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2568) ซึ่งมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 28,254 คัน พบว่าแม้แบรนด์ Toyota จะยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำยอดจองรวมไว้ได้ แต่กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนกลับแสดงศักยภาพการเติบโตอย่างก้าวกระโดดและไล่ตามมาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าระดับราคา 400,000 ถึง 700,000 บาท ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงที่สุด
ปรากฏการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่ารถ EV จีนไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่ได้กลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาดประเทศไทยอย่างแท้จริง รุ่นรถยนต์ที่มียอดจองสูงเป็นอันดับต้นๆ ภายในงาน ล้วนเป็นแบรนด์จากจีน เช่น GEELY EX2, BYD Dolphin, MG4, ORA Good Cat และ JAECOO 5 ซึ่งตอกย้ำถึงการยอมรับของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อคุณภาพ ราคา และเทคโนโลยีของรถยนต์ไฟฟ้าจีน
การที่รถยนต์ไฟฟ้าจีนสามารถสร้างยอดจองได้อย่างถล่มทลายใน Motor Expo 2025 สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปิดรับเทคโนโลยีใหม่ และให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าด้านราคาและฟังก์ชันการใช้งานมากขึ้น
ปัจจัยหนุนจากมาตรการรัฐบาล
ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันยอดจองรถยนต์ไฟฟ้าให้พุ่งสูงขึ้นคือมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV 3.0 ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 มกราคม 2569 มาตรการนี้มอบเงินอุดหนุนสูงสุดถึง 150,000 บาทต่อคัน ทำให้ราคาสุทธิของรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นมีความน่าดึงดูดใจอย่างมาก ผู้บริโภคจำนวนมากจึงเร่งตัดสินใจจองรถภายในงานเพื่อรับสิทธิ์ดังกล่าว ส่งผลให้ค่ายรถยนต์ โดยเฉพาะแบรนด์จีนที่มีรถยนต์ในสต็อกพร้อมส่งมอบ ต้องจัดแคมเปญเพื่อระบายสินค้าคงคลังให้ทันก่อนเส้นตาย
แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีนที่โดดเด่นในงาน
ภายในงาน Motor Expo 2025 บูธของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีนได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมอย่างล้นหลาม แต่ละค่ายต่างนำเสนอกลยุทธ์และจุดเด่นที่แตกต่างกันไปเพื่อครองใจผู้บริโภค
GEELY EX2: ผู้นำในกลุ่มราคาเข้าถึงง่าย
GEELY EX2 กลายเป็นดาวเด่นที่น่าจับตามองที่สุดในเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 399,900 บาท ซึ่งถือเป็นราคาที่ต่ำที่สุดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของปีนี้ เมื่อรวมกับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ ทำให้ EX2 เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายและได้รับความนิยมอย่างสูงจากกลุ่มผู้ซื้อรถคันแรกและผู้ที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าในงบประมาณที่จำกัด
BYD กับกลยุทธ์เร่งระบายสต็อก
บริษัท Rever Automotive ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย BYD ในประเทศไทย ได้ยืนยันถึงความจำเป็นในการเคลียร์สต็อกรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการ EV 3.0 จำนวนกว่า 45,000 คันจากโรงงานในจังหวัดระยองให้หมดภายในสิ้นปี 2568 ส่งผลให้มีการจัดโปรโมชั่นที่น่าสนใจสำหรับรุ่นยอดนิยมอย่าง BYD Dolphin เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงสุดท้ายก่อนมาตรการจะสิ้นสุดลง กลยุทธ์นี้ทำให้ BYD ยังคงเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มียอดจองสูงและอยู่ในความสนใจของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
GAC AION: ดึงดูดด้วยนวัตกรรมและฟังก์ชัน
บูธของ GAC AION ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก ด้วยการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีจุดเด่นด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ รุ่น AION UT และ AION V ได้รับคำชมในเรื่องความกว้างขวางของห้องโดยสาร ระยะทางการวิ่งที่ไกล และฟังก์ชันพิเศษ เช่น เบาะนวดไฟฟ้า นอกจากนี้ การออกแบบที่ล้ำสมัยอย่างรุ่น GOY Air Cap ก็สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจและดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเยี่ยมชมบูธได้อย่างไม่ขาดสาย
| รุ่นรถยนต์ | จุดเด่นหลัก | กลุ่มเป้าหมาย |
|---|---|---|
| GEELY EX2 | ราคาเริ่มต้นเข้าถึงง่ายที่สุด (399,900 บาท) | ผู้ซื้อรถคันแรก, ผู้ที่ต้องการรถ EV ในงบจำกัด |
| BYD Dolphin | สมดุลระหว่างราคา ฟังก์ชัน และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ | ครอบครัวขนาดเล็ก, ผู้ใช้งานในเมือง |
| GAC AION (UT/V) | ห้องโดยสารกว้างขวาง, ระยะทางวิ่งไกล, ฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน | ครอบครัว, ผู้ที่เดินทางไกลบ่อยครั้ง |
| Changan AVATR 07 | ดีไซน์หรูหรา, เทคโนโลยีขั้นสูง, ภาพลักษณ์พรีเมียม | ผู้ที่มองหารถ SUV ไฟฟ้าดีไซน์ยุโรป |
ไฮไลท์รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่และการเปิดตัวที่น่าจับตา
นอกเหนือจากรุ่นที่ทำยอดจองได้สูงแล้ว งาน Motor Expo 2025 ยังเป็นเวทีสำหรับการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางการพัฒนาและกลยุทธ์ในอนาคตของแต่ละแบรนด์
Changan กับวิสัยทัศน์ ‘In Thailand, For Thailand’
Changan สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวรถยนต์หลายรุ่น โดยมีไฮไลท์อยู่ที่ AVATR 07 รถ SUV ไฟฟ้าดีไซน์หรูที่พัฒนาร่วมกับทีมออกแบบจากยุโรป และ DEEPAL S05 ซึ่งมีแผนจะเริ่มผลิตในประเทศไทยที่โรงงานจังหวัดระยองตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 โดยจะใช้ชิ้นส่วนในประเทศถึง 60% การประกาศกลยุทธ์ ‘In Thailand, For Thailand’ พร้อมแผนเปิดตัวรถยนต์ 7 รุ่นภายใน 3 ปี เป็นการแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนในการลงทุนระยะยาวและสร้างฐานการผลิตที่แข็งแกร่งในประเทศไทย
แบรนด์อื่นๆ และความเคลื่อนไหวในตลาด
แบรนด์อื่นๆ ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น MAXUS ที่มุ่งเน้นตลาดรถตู้ไฟฟ้าสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ GWM ที่นำเสนอ TANK 300 EV เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้รักการผจญภัย นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงจักรยานไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอีกด้วย แต่กระแสความสนใจหลักยังคงอยู่ที่รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ซึ่งสะท้อนถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาด
บริบทตลาด EV ไทยและแนวโน้มสู่อนาคต
ความร้อนแรงของรถยนต์ไฟฟ้าในงาน Motor Expo 2025 สอดคล้องกับภาพรวมของตลาด EV ในประเทศไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ข้อมูลที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันรถแท็กซี่ที่จดทะเบียนใหม่ในประเทศไทยกว่า 92% เป็นรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าในหลายประเทศแถบยุโรป นี่คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ที่มีความต้องการด้านความทนทานและต้นทุนการดำเนินงานต่ำได้เป็นอย่างดี
แนวโน้มนี้บ่งชี้ว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทยได้ผ่านจุดเริ่มต้นและกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงของการเติบโตเต็มที่ การแข่งขันที่สูงขึ้นจะส่งผลดีต่อผู้บริโภค ทั้งในด้านราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น ตัวเลือกที่หลากหลาย และการพัฒนาเทคโนโลยีที่รวดเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงต้องพิจารณาถึงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จ และบริการหลังการขาย เพื่อประกอบการตัดสินใจในระยะยาว
บทสรุป: ทิศทางตลาดรถยนต์ปี 2026 และคำแนะนำสำหรับเจ้าของรถใหม่
จากข้อมูลยอดจองและบรรยากาศภายในงาน Motor Expo 2025 สามารถสรุปได้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนยังคง “แรงจริง” และมีแนวโน้มที่จะครองส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นอีกในปี 2026 ปัจจัยด้านราคาที่แข่งขันได้ การสนับสนุนจากภาครัฐ และการลงทุนสร้างฐานการผลิตในประเทศ ล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้แบรนด์จีนประสบความสำเร็จ การแข่งขันที่ดุเดือดนี้จะกระตุ้นให้ตลาดมีความคึกคักและเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคต่อไป
สำหรับผู้ที่ได้จับจองเป็นเจ้าของรถยนต์คันใหม่ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีสีและพื้นผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ การบำรุงรักษาสภาพรถให้สวยงามเหมือนวันแรกที่ออกจากโชว์รูมถือเป็นสิ่งสำคัญ การใช้บริการดูแลรักษาสภาพรถยนต์จากผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า เพื่อปกป้องการลงทุนและคงความเงางามของรถที่คุณรักไปอีกนาน
ที่ HYPERLAB CAR DETAILLING จังหวัดขอนแก่น มีบริการดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร ตั้งแต่การล้าง ขัด เคลือบสี ไปจนถึงการซ่อมสี ด้วยทีมงานมืออาชีพและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เพื่อให้รถยนต์ของคุณดูดีที่สุดเสมอ
ที่อยู่: 612 หมู่ 3 ถนนโนนม่วง ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวัน 09.00–18.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 066-156-9878
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ หรือนัดหมายเข้ารับบริการ สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทาง LINE Official ได้ทันที