ev insurance guide thailand 2026 featured

ประกันรถ EV ปี 2569: ต้องรู้อะไรก่อนซื้อ? คุ้มครองต่างกันไหม?

สารบัญ

การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยส่งผลให้ภาคธุรกิจประกันภัยต้องปรับตัวตามไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ มีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์และรูปแบบความคุ้มครองที่สำคัญ ดังนั้นการทำความเข้าใจภาพรวมของ ประกันรถ EV ปี 2569: ต้องรู้อะไรก่อนซื้อ? คุ้มครองต่างกันไหม? จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเจ้าของรถ EV ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้สามารถเลือกแผนประกันที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด บทความนี้จะเจาะลึกทุกรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ข้อบังคับใหม่ไปจนถึงความคุ้มครองเฉพาะทางที่แตกต่างจากรถยนต์สันดาปทั่วไป

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับประกันรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2569

  • บังคับระบุชื่อผู้ขับขี่: ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจทุกประเภทสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล รวมถึงรถ EV จะต้องระบุชื่อผู้ขับขี่หลักในกรมธรรม์
  • ส่วนลดเบี้ยประกันตามพฤติกรรม: ผู้ขับขี่ที่มีประวัติดีและไม่มีการเคลมจะได้รับส่วนลดสูงสุดถึง 40% และยังได้รับส่วนลดเพิ่มเติมจากการระบุชื่อผู้ขับขี่อีก 40% ทำให้มีโอกาสประหยัดค่าเบี้ยประกันได้มาก
  • ความคุ้มครองเฉพาะทางสำหรับ EV: ประกันรถ EV โดยเฉพาะประกันชั้น 1 จะมีความคุ้มครองเพิ่มเติมที่ออกแบบมาเพื่อส่วนประกอบสำคัญของรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ เช่น แบตเตอรี่, อุปกรณ์ชาร์จ (EV Charger), และความรับผิดต่อบุคคลภายนอกจากสถานีชาร์จ
  • แนวโน้มเบี้ยประกันที่อาจปรับตัว: แม้จะมีเกณฑ์พิกัดอัตราเบี้ยประกันพื้นฐานกำกับอยู่ แต่บริษัทประกันอาจปรับเบี้ยประกันขึ้นเพื่อสะท้อนความเสี่ยงและต้นทุนการซ่อมที่สูงขึ้นของรถ EV โดยเฉพาะค่าอะไหล่และแบตเตอรี่

ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า

ประกันรถ EV ปี 2569: ต้องรู้อะไรก่อนซื้อ? คุ้มครองต่างกันไหม? - ev-insurance-guide-thailand-2026

ในปี 2569 อุตสาหกรรมประกันภัยรถยนต์ของไทยจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ออกมาตรการปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้ระบบประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ (Driver-based Insurance) กับรถยนต์ส่วนบุคคลทุกประเภทอย่างเต็มรูปแบบ

เหตุผลหลักที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้คือการประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำยิ่งขึ้น โดยพิจารณาจากพฤติกรรมการขับขี่ของบุคคลเป็นหลัก แทนที่จะประเมินจากตัวรถเพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต แนวทางนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ขับขี่ที่มีวินัยและประวัติดี แต่ยังเป็นการส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนในภาพรวมอีกด้วย สำหรับเจ้าของรถ EV มาตรการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากจะส่งผลโดยตรงต่ออัตราเบี้ยประกันและความคุ้มครองที่ได้รับ ซึ่งแตกต่างจากรถยนต์สันดาปทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ

เจาะลึกข้อบังคับใหม่: สิ่งที่เจ้าของรถ EV ต้องรู้ในปี 2569

เพื่อให้สามารถวางแผนและตัดสินใจเลือกซื้อประกันรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง การทำความเข้าใจในรายละเอียดของกฎเกณฑ์ใหม่จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม โดยมีประเด็นหลักที่ต้องพิจารณาดังนี้

ระบบประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ (Driver-based) ภาคบังคับ

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลทุกคันที่ทำใหม่หรือต่ออายุ จะต้องระบุชื่อผู้ขับขี่หลักอย่างน้อย 1 คน และสามารถระบุได้สูงสุดถึง 5 คนในกรมธรรม์เดียว ซึ่งนับเป็นการขยายผลจากมาตรการที่ได้เริ่มบังคับใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าไปก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2567

กรณีที่บุคคลซึ่งไม่มีชื่อระบุไว้ในกรมธรรม์นำรถไปใช้และเกิดอุบัติเหตุ กรมธรรม์ยังคงให้ความคุ้มครองตามปกติ แต่เจ้าของรถหรือผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนแรก (Deductible) ตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขของกรมธรรม์นั้นๆ

การเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทประกันสามารถคำนวณเบี้ยประกันได้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่แท้จริงของผู้ขับขี่แต่ละคน เช่น อายุ ประวัติการขับขี่ และพฤติกรรมการใช้รถ ซึ่งจะนำไปสู่ระบบเบี้ยประกันที่เป็นธรรมมากขึ้น

ลำดับการบังคับใช้ประกันภัยแบบระบุชื่อผู้ขับขี่
ประเภทรถยนต์ วันที่มีผลบังคับใช้
รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2567
รถยนต์ใหม่ป้ายแดง (ทุกประเภท) 1 มิถุนายน 2568
รถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไป (ทุกคัน) 1 มกราคม 2569

กลไกส่วนลดเบี้ยประกัน: ขับดีมีส่วนลดสูงสุด 80%

หนึ่งในข้อดีที่ชัดเจนที่สุดของระบบใหม่คือโอกาสในการได้รับส่วนลดเบี้ยประกันที่สูงขึ้นอย่างมากสำหรับผู้ขับขี่ที่มีความรับผิดชอบและมีประวัติดี โดยกลไกส่วนลดจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ดังนี้:

  1. ส่วนลดประวัติดี (Good Driver Discount): ผู้ขับขี่ที่ไม่เคยมีประวัติการเคลมเป็นฝ่ายผิด หรือเกิดอุบัติเหตุแต่เป็นฝ่ายถูกติดต่อกันหลายปี จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันในส่วนนี้ ซึ่งอาจสูงถึง 40% ของเบี้ยประกันพื้นฐาน
  2. ส่วนลดจากการระบุชื่อผู้ขับขี่: การระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์จะทำให้ได้รับส่วนลดเพิ่มเติมอีกสูงสุดถึง 40% โดยอัตราส่วนลดจะคำนวณจากข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคน

ดังนั้น หากผู้ขับขี่มีประวัติการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและทำการระบุชื่อในกรมธรรม์ ก็จะมีโอกาสได้รับส่วนลดเบี้ยประกันรวมสูงสุดถึง 80% ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ ในทางกลับกัน ผู้ขับขี่ที่มีประวัติการเคลมบ่อยครั้งอาจต้องเผชิญกับอัตราเบี้ยประกันที่สูงขึ้นตามระดับความเสี่ยง

แนวโน้มเบี้ยประกันรถ EV ในปี 2569

แม้ว่าพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์พื้นฐานจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่บริษัทประกันภัยมีแนวโน้มที่จะปรับอัตราเบี้ยประกันสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าให้สูงขึ้นภายในกรอบที่ คปภ. กำหนด ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อแนวโน้มนี้ ได้แก่:

  • ต้นทุนการซ่อมที่สูง: รถยนต์ไฟฟ้ามีเทคโนโลยีและชิ้นส่วนที่ซับซ้อน โดยเฉพาะแบตเตอรี่ซึ่งมีราคาสูงมาก ทำให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเมื่อเกิดความเสียหายสูงกว่ารถยนต์สันดาปทั่วไป
  • ความเสี่ยงเฉพาะทาง: ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม อาจสร้างความเสียหายรุนแรงต่อระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ของรถ EV ซึ่งเป็นปัจจัยที่บริษัทประกันต้องนำมาพิจารณา
  • อะไหล่และการซ่อมบำรุง: อะไหล่บางชิ้นอาจยังต้องนำเข้าและมีจำนวนจำกัด รวมถึงอู่ซ่อมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสำหรับรถ EV ยังมีไม่มากนัก ทำให้ต้นทุนการจัดการสินไหมทดแทนสูงขึ้น

ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าผู้ขับขี่ที่มีประวัติดีจะได้รับส่วนลด แต่เบี้ยประกันเริ่มต้นสำหรับรถ EV ในปี 2569 ก็อาจจะมีการปรับตัวสูงขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนและความเสี่ยงที่แท้จริง

ความคุ้มครองประกันรถ EV แตกต่างจากรถยนต์สันดาปอย่างไร?

คำถามสำคัญที่เจ้าของรถ EV หลายคนสงสัยคือ ความคุ้มครองของประกันรถยนต์ไฟฟ้าแตกต่างจากรถยนต์ทั่วไปหรือไม่ คำตอบคือ “แตกต่างกันอย่างชัดเจน” โดยเฉพาะในกรมธรรม์ประกันภัยชั้น 1 ซึ่งถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมความเสี่ยงเฉพาะตัวของรถ EV โดยเฉพาะ

ความคุ้มครองพื้นฐานที่เหมือนกัน

ในส่วนของความคุ้มครองพื้นฐาน ประกันรถ EV ชั้น 1 ยังคงให้ความคุ้มครองที่คล้ายคลึงกับประกันชั้น 1 ของรถยนต์สันดาป ได้แก่:

  • ความเสียหายต่อตัวรถยนต์จากอุบัติเหตุ ทั้งแบบมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี
  • ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  • ความคุ้มครองกรณีรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ หรือเสียหายจากภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม

ความคุ้มครองพิเศษเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า

จุดที่สร้างความแตกต่างคือความคุ้มครองเพิ่มเติมที่ถูกออกแบบมาเพื่อส่วนประกอบและระบบไฟฟ้าของรถ EV โดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของตัวรถ

ตารางเปรียบเทียบความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับประกันรถยนต์ไฟฟ้า (ชั้น 1)
รายการคุ้มครองเพิ่มเติม รายละเอียดความคุ้มครอง
แบตเตอรี่ (Battery) คุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับแบตเตอรี่จากอุบัติเหตุ ไฟไหม้ หรือน้ำท่วม ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่มีราคาสูงที่สุดของรถ EV อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าเสื่อมราคาของแบตเตอรี่ในกรมธรรม์แต่ละฉบับ
อุปกรณ์ชาร์จ (EV Charger) คุ้มครองความเสียหายหรือการสูญหายของอุปกรณ์ชาร์จ ทั้งแบบที่พกพาติดไปกับรถ (สายชาร์จ) และแบบที่ติดตั้งที่บ้าน (Wallbox)
ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของบุคคลภายนอก อันเนื่องมาจากการทำงานของสถานีชาร์จส่วนบุคคล เช่น ไฟฟ้าลัดวงจรระหว่างการชาร์จ

ความคุ้มครองพิเศษเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากความเสียหายของระบบไฟฟ้าซึ่งมีมูลค่าสูง และช่วยให้เจ้าของรถ EV อุ่นใจได้มากขึ้นในการใช้งาน

ข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจเลือกซื้อประกันรถยนต์ไฟฟ้า

การเลือกซื้อประกันรถ EV ในปี 2569 ไม่ใช่แค่การเปรียบเทียบราคาเบี้ยประกันเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบกัน เพื่อให้ได้กรมธรรม์ที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด

ตรวจสอบประวัติการขับขี่ของตนเอง

เนื่องจากระบบใหม่ให้ความสำคัญกับพฤติกรรมการขับขี่เป็นอย่างมาก ก่อนทำการต่อประกันหรือซื้อประกันใหม่ ควรตรวจสอบประวัติการเคลมของตนเองให้แน่ใจ หากเป็นผู้ขับขี่ที่มีประวัติดี ควรใช้สิทธิ์ส่วนลดให้เต็มที่ แต่หากมีประวัติการเคลมบ่อย อาจต้องเตรียมพร้อมสำหรับเบี้ยประกันที่สูงขึ้น หรือพิจารณาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่เพื่อสร้างประวัติที่ดีในอนาคต

เลือกบริษัทประกันที่มีความเชี่ยวชาญด้าน EV

ควรเลือกบริษัทประกันที่มีความเข้าใจในเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า มีเครือข่ายอู่ซ่อมหรือศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานและสามารถซ่อมแซมรถ EV ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย นอกจากนี้ ควรพิจารณาบริษัทที่มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับรถ EV โดยเฉพาะ เช่น บริการรถสไลด์ไปยังสถานีชาร์จที่ใกล้ที่สุดเมื่อแบตเตอรี่หมด

ศึกษารายละเอียดเงื่อนไขในกรมธรรม์

อ่านและทำความเข้าใจเงื่อนไขความคุ้มครองในกรมธรรม์อย่างละเอียด โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับความคุ้มครองพิเศษ เช่น เงื่อนไขค่าเสื่อมราคาของแบตเตอรี่, วงเงินความคุ้มครองสำหรับอุปกรณ์ชาร์จ, และข้อยกเว้นต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่ากรมธรรม์ที่เลือกนั้นตอบโจทย์ความต้องการและครอบคลุมความเสี่ยงที่กังวลได้อย่างครบถ้วน

ข้อมูลที่นำเสนอในบทความนี้อ้างอิงจากแนวโน้มและกฎเกณฑ์ที่คาดการณ์สำหรับปี 2569 ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายของ คปภ. และบริษัทประกันแต่ละแห่ง ดังนั้น การตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับตัวแทนหรือบริษัทประกันโดยตรงก่อนตัดสินใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

บทสรุปและแนวทางการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้า

สรุปได้ว่า ประกันรถ EV ปี 2569 จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญไปสู่ระบบที่อิงกับพฤติกรรมของผู้ขับขี่มากขึ้น ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายสำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ผู้ขับขี่ที่มีประวัติดีจะได้รับประโยชน์จากส่วนลดเบี้ยประกันที่สูงขึ้น ในขณะที่ความคุ้มครองจะถูกออกแบบมาให้ตอบสนองต่อความเสี่ยงเฉพาะทางของรถ EV มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่หรืออุปกรณ์ชาร์จ การทำความเข้าใจในรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้สามารถเลือกแผนประกันที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับการใช้งานได้อย่างแท้จริง

นอกเหนือจากการมีประกันภัยที่ครอบคลุมแล้ว การดูแลรักษาสภาพรถยนต์ให้สมบูรณ์และสวยงามอยู่เสมอก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับเจ้าของรถยนต์ในจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียงที่ต้องการบริการดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการล้างทำความสะอาด, ขัดสี, เคลือบแก้ว หรือซ่อมแซมสีตัวถัง เพื่อให้รถยนต์ไฟฟ้าคันโปรดดูใหม่อยู่เสมอ สามารถเข้ารับบริการจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ HYPERLAB CAR DETAILLING

HYPERLAB CAR DETAILLING ให้บริการดูแลรักษารถยนต์อย่างมืออาชีพ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–18.00 น. ตั้งอยู่ที่ 612 ม.3 ถ.โนนม่วง ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000 สำหรับการนัดหมายหรือ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 066-156-9878

Similar Posts