ai generated 146

กฎใหม่! บังคับตรวจสภาพแบตฯ EV ประจำปี ใครกระทบบ้าง?

สารบัญ

กระแสความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ทำให้เกิดคำถามและข้อกังวลต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎระเบียบและค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา ซึ่งล่าสุดมีข้อมูลที่ถูกเผยแพร่เกี่ยวกับกฎหมายใหม่ที่อาจบังคับให้มีการตรวจสภาพแบตเตอรี่ EV ประจำปี บทความนี้จะทำการวิเคราะห์และตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ใช้รถและผู้ที่สนใจได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

สรุปประเด็นสำคัญที่ควรรู้

กฎใหม่! บังคับตรวจสภาพแบตฯ EV ประจำปี ใครกระทบบ้าง? - new-ev-battery-check-law

  • ยังไม่มีกฎหมายบังคับ: ณ เดือนตุลาคม 2568 ประเทศไทยยังไม่มีการออกกฎหมายหรือข้อบังคับอย่างเป็นทางการให้เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าต้องนำแบตเตอรี่เข้ารับการตรวจสภาพเป็นการเฉพาะในทุกๆ ปีเพื่อต่อภาษี
  • ความเข้าใจผิดจากมาตรฐานต่างประเทศ: ข่าวลือดังกล่าวอาจมีที่มาจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ในประเทศจีน (GB38031-2025) ซึ่งเน้นควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยในขั้นตอนการผลิต ไม่ใช่การตรวจสภาพประจำปีโดยผู้ใช้งาน
  • การตรวจสภาพปัจจุบัน: รถยนต์ไฟฟ้ายังคงเข้ารับการตรวจสภาพรถยนต์ประจำปีตามหลักเกณฑ์เดียวกับรถยนต์สันดาปทั่วไป เช่น การตรวจสอบระบบเบรก ระบบไฟส่องสว่าง และความมั่นคงของตัวรถ
  • แนวโน้มในอนาคต: ทิศทางของกฎระเบียบด้านความปลอดภัยทั่วโลกมุ่งเน้นไปที่การยกระดับมาตรฐานของผู้ผลิตแบตเตอรี่และผู้ผลิตรถยนต์ เพื่อสร้างความปลอดภัยตั้งแต่ต้นทาง

ไขข้อเท็จจริง: กฎใหม่! บังคับตรวจสภาพแบตฯ EV ประจำปี ใครกระทบบ้าง?

ประเด็นเรื่อง กฎใหม่! บังคับตรวจสภาพแบตฯ EV ประจำปี ใครกระทบบ้าง? ได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาที่สร้างความกังวลในกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างมาก เนื่องจากแบตเตอรี่ถือเป็นหัวใจสำคัญและเป็นชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงที่สุดของรถ EV การมีข้อบังคับให้ต้องตรวจสภาพประจำปีอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายและความสะดวกในการใช้งาน อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องพบว่า ข้อมูลดังกล่าวยังไม่มีมูลความจริงในบริบทของประเทศไทย ณ ปัจจุบัน การทำความเข้าใจข้อเท็จจริงจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อลดความสับสนและวางแผนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างถูกต้อง

ทำไมข่าวลือนี้จึงถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง

ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ข่าวในลักษณะนี้แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ประกอบกับจำนวนผู้ใช้รถ EV ที่เพิ่มขึ้น ทำให้สังคมเริ่มให้ความสนใจกับกฎระเบียบต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง กฎหมายรถยนต์ไฟฟ้า การต่อทะเบียน หรือมาตรฐานความปลอดภัยต่างๆ นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่างประเทศจีน ก็มักจะถูกจับตามองและอาจนำไปสู่การตีความที่คลาดเคลื่อนได้ง่าย เมื่อผู้คนเห็นข่าวเกี่ยวกับ “มาตรฐานแบตเตอรี่ใหม่” จึงอาจเข้าใจผิดว่าหมายถึงการตรวจสภาพประจำปีสำหรับผู้ใช้รถทั่วไป ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเป็นข้อบังคับสำหรับภาคอุตสาหกรรมและการผลิต

กลุ่มที่เกี่ยวข้องและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

แม้ว่ากฎหมายนี้จะยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่หากมีการบังคับใช้ในอนาคต จะส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วนอย่างแน่นอน:

  • เจ้าของรถยนต์ EV: จะต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการตรวจสภาพแบตเตอรี่เพิ่มเติม ซึ่งอาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของ ค่าบำรุงรักษารถ EV ประจำปี และอาจต้องเสียเวลาในการนำรถเข้าศูนย์บริการเฉพาะทาง
  • ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อรถ EV: ความไม่แน่นอนของกฎระเบียบและค่าใช้จ่ายในอนาคต อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ชะลอการตัดสินใจซื้อ หรือหันไปพิจารณาทางเลือกอื่น
  • ศูนย์บริการและอู่ซ่อม: จำเป็นต้องลงทุนในเครื่องมือและพัฒนาบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญในการตรวจสภาพและซ่อมบำรุงแบตเตอรี่แรงดันสูงโดยเฉพาะ
  • บริษัทประกันภัย: อาจต้องมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในกรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับและภาคสมัครใจ เพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของแบตเตอรี่

ตรวจสอบสถานะกฎหมายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนที่สุด การตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในกรณีนี้คือ กรมการขนส่งทางบก ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแลการจดทะเบียนและตรวจสภาพรถยนต์ในประเทศไทย

ประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมการขนส่งทางบก

จากการตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการ ณ วันที่ 19 ตุลาคม 2568 ยังไม่พบการประกาศหรือการออกกฎกระทรวงฉบับใหม่จากกรมการขนส่งทางบกที่ระบุถึงการบังคับให้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลต้องเข้ารับการตรวจสภาพแบตเตอรี่โดยเฉพาะเป็นประจำทุกปี แม้จะมีการหารือและศึกษาเกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง แต่กระบวนการดังกล่าวยังคงมุ่งเน้นไปที่การกำหนดมาตรฐานสำหรับรถยนต์ใหม่ที่จำหน่ายในประเทศ และการปรับปรุงข้อบังคับสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสาธารณะเป็นหลัก ดังนั้น ข่าวลือเรื่องการบังคับตรวจสภาพแบตเตอรี่ EV ประจำปีจึงยังเป็นเพียงข้อมูลที่ไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ

ขั้นตอนการต่อภาษีรถ EV และการตรวจสภาพประจำปีในปัจจุบัน

สำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังจะเข้าสู่ปี รถยนต์ไฟฟ้า 2568 ขั้นตอนการตรวจสภาพเพื่อ ต่อภาษีรถ EV ยังคงเป็นไปตามระเบียบเดิมที่บังคับใช้กับรถยนต์ทั่วไปที่มีอายุการใช้งานครบกำหนด กล่าวคือ:

  1. รถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล (รย.1) ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปี: ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพกับสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาต ก่อนดำเนินการชำระภาษีประจำปี
  2. รถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง (รย.2) ที่มีอายุการใช้งานครบ 7 ปี: ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเช่นเดียวกัน
  3. รถยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ: มีข้อกำหนดการตรวจสภาพที่ถี่กว่า ขึ้นอยู่กับประเภทของรถ

รายการที่ ตรอ. ตรวจสอบนั้นเป็นรายการพื้นฐานด้านความปลอดภัย เช่น ระบบเบรก, ระบบบังคับเลี้ยว, ระบบรองรับน้ำหนัก, โคมไฟ, ระดับเสียง และควัน (ซึ่งรถ EV ไม่มี) โดยยังไม่มีรายการตรวจวัดสุขภาพหรือประสิทธิภาพของแบตเตอรี่แรงดันสูง (Battery Health Check) รวมอยู่ในกระบวนการดังกล่าว

ต้นตอของความเข้าใจผิด: มาตรฐานความปลอดภัยแบตเตอรี่ระดับโลก

ความสับสนส่วนใหญ่มักเกิดจากการนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับมาตรฐานใหม่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศจีนซึ่งเป็นผู้นำตลาดและเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า การทำความเข้าใจรายละเอียดของมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยให้เห็นภาพที่แท้จริงและแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากข่าวลือได้

เจาะลึกมาตรฐาน GB38031-2025 ของจีน

กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ได้ประกาศใช้มาตรฐานความปลอดภัยฉบับใหม่สำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า คือ GB38031-2025 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 สาระสำคัญของมาตรฐานนี้คือการยกระดับความปลอดภัยในระดับเซลล์แบตเตอรี่และแพ็กแบตเตอรี่ โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไฟไหม้หรือการระเบิด แม้ในสถานการณ์ที่เซลล์แบตเตอรี่เกิดความเสียหายรุนแรง (Thermal Runaway)

มาตรฐานนี้กำหนดการทดสอบที่เข้มงวดหลายรายการ เช่น:

  • Thermal Diffusion Test: การทดสอบการแพร่กระจายความร้อน โดยจำลองสถานการณ์ที่เซลล์แบตเตอรี่เซลล์หนึ่งล้มเหลว จะต้องมีระบบแจ้งเตือนผู้ขับขี่ล่วงหน้าอย่างน้อย 5 นาทีก่อนที่ไฟจะลุกลามออกมานอกแพ็กแบตเตอรี่ เพื่อให้มีเวลาอพยพออกจากรถได้อย่างปลอดภัย
  • Overcharge Test: ทดสอบการทนทานต่อการชาร์จไฟเกินขนาด
  • Impact and Crush Test: ทดสอบการทนทานต่อแรงกระแทกและการกดทับ
  • Fast Charging Cycle Test: ทดสอบความทนทานของแบตเตอรี่หลังผ่านการชาร์จเร็วเป็นจำนวน 300 รอบ

สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ มาตรฐาน GB38031-2025 เป็นข้อบังคับสำหรับผู้ผลิตแบตเตอรี่และผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่ต้องการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในประเทศจีน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่ผู้ใช้รถจะต้องนำรถไป ตรวจสภาพแบตเตอรี่ EV ทุกปีแต่อย่างใด

ความแตกต่างสำคัญ: ‘มาตรฐานการผลิต’ vs ‘การตรวจสภาพประจำปี’

เพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถแบ่งประเภทของมาตรการด้านความปลอดภัยได้เป็น 2 รูปแบบหลัก:

  • มาตรฐานการผลิต (Manufacturing Standard): เป็นกฎเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นเพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การทดสอบ และการผลิตในโรงงาน เป็นมาตรการเชิงรุก (Proactive) ที่สร้างความมั่นใจว่ารถยนต์ทุกคันที่ออกจากสายการผลิตผ่านมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงเหมือนกันทั้งหมด ตัวอย่างที่ชัดเจนคือมาตรฐาน GB38031-2025 ของจีน
  • การตรวจสภาพประจำปี (Annual Inspection): เป็นการตรวจสอบสภาพของรถยนต์แต่ละคันหลังจากผ่านการใช้งานไประยะหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ต่างๆ ยังคงทำงานได้ดีและปลอดภัย เป็นมาตรการเชิงรับ (Reactive) เพื่อจัดการกับการเสื่อมสภาพตามการใช้งาน

แนวโน้มของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกกำลังมุ่งไปที่การบังคับใช้ “มาตรฐานการผลิต” ที่เข้มงวดมากขึ้น เพราะเชื่อว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดจากแบตเตอรี่

เปรียบเทียบกฎระเบียบการตรวจสภาพแบตเตอรี่ EV ระหว่างประเทศ

เมื่อพิจารณาในภาพรวมระดับนานาชาติ จะเห็นได้ว่ายังไม่มีประเทศใดที่เป็นตลาดหลักของรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกาหรือกลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป ที่มีการออกกฎหมายบังคับให้ผู้ใช้รถต้องนำแบตเตอรี่มาตรวจสภาพโดยเฉพาะเป็นประจำทุกปี แต่ทุกภูมิภาคต่างกำลังพัฒนากฎระเบียบเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในฝั่งของผู้ผลิตอย่างต่อเนื่อง ตารางด้านล่างนี้สรุปสถานการณ์ปัจจุบันของแต่ละภูมิภาค

ตารางเปรียบเทียบสถานะกฎหมายการตรวจสภาพแบตเตอรี่ EV ในภูมิภาคต่างๆ ณ ตุลาคม 2568
ประเทศ/ภูมิภาค มีกฎบังคับตรวจสภาพแบตฯ EV ประจำปี มาตรฐานหลักที่น่าสนใจ ผู้ได้รับผลกระทบหลัก ความหมายสำหรับผู้ใช้รถ
ไทย ยังไม่มี อยู่ระหว่างการพัฒนาและปรับปรุง ผู้ผลิตและผู้นำเข้า (ในอนาคต) ยังไม่ต้องตรวจแบตเตอรี่เฉพาะทางประจำปี
จีน ยังไม่มี GB38031-2025 (มาตรฐานการผลิต) ผู้ผลิตแบตเตอรี่และผู้ผลิตรถ EV ได้ใช้รถยนต์ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงขึ้นจากโรงงาน
สหรัฐอเมริกา/สหภาพยุโรป ยังไม่มี มีแนวโน้มยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการผลิต ผู้ผลิตและผู้นำเข้า ยังไม่ต้องตรวจแบตเตอรี่เฉพาะทางประจำปี

“กฎใหม่! บังคับตรวจสภาพแบตฯ EV ประจำปี เป็นประเด็นที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยและประเทศชั้นนำอื่นๆ ณ ปัจจุบัน ทั้งนี้ แนวโน้มความปลอดภัย EV ถูกยกระดับไปที่ขั้นตอนการผลิตและการทดสอบเบื้องต้น ไม่ใช่การตรวจสภาพโดยผู้ใช้รถประจำปี”

มองไปข้างหน้า: อนาคตของมาตรฐานและค่าบำรุงรักษารถ EV

ถึงแม้ปัจจุบันจะยังไม่มีข้อบังคับดังกล่าว แต่การมองไปข้างหน้าและเตรียมความพร้อมเป็นสิ่งสำคัญ ทั้งในมุมของผู้บริโภคและผู้กำหนดนโยบาย

แนวโน้มกฎหมายในอนาคตที่น่าจับตามอง

คาดการณ์ว่าในอนาคต กฎหมายรถยนต์ไฟฟ้า ของไทยจะมีการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกับสากล คือการออกมาตรฐานที่เข้มข้นสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า เพื่อให้รถ EV ที่จำหน่ายในประเทศมีความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ ประเด็นที่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเพิ่มเติม ได้แก่:

  • มาตรฐานการจัดการแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งาน (End-of-Life Battery): การกำหนดแนวทางการรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) อย่างปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • Right to Repair: การออกกฎหมายที่ให้สิทธิ์ผู้บริโภคและอู่อิสระในการเข้าถึงข้อมูลและอะไหล่สำหรับการซ่อมบำรุงแบตเตอรี่ เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดโดยผู้ผลิต
  • การเปิดเผยข้อมูลสุขภาพแบตเตอรี่ (State of Health – SOH): อาจมีการกำหนดให้ข้อมูล SOH เป็นมาตรฐานที่ต้องแสดงผลอย่างชัดเจน เพื่อประโยชน์ในการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้ามือสอง

การดูแลแบตเตอรี่ EV ด้วยตนเองเพื่อลดค่าใช้จ่ายระยะยาว

แม้จะยังไม่มีกฎหมายบังคับตรวจ แต่การดูแลรักษาแบตเตอรี่ให้มีสุขภาพดีและใช้งานได้ยาวนานที่สุด ถือเป็นการลด ค่าบำรุงรักษารถ EV ในระยะยาวได้ดีที่สุด เจ้าของรถสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำพื้นฐานได้ดังนี้:

  • รักษาระดับการชาร์จที่เหมาะสม: หลีกเลี่ยงการชาร์จจนเต็ม 100% หรือปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% บ่อยครั้ง ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำให้รักษาระดับการชาร์จไว้ระหว่าง 20-80% สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
  • หลีกเลี่ยงการใช้ DC Fast Charging บ่อยเกินความจำเป็น: การชาร์จด้วยกระแสไฟแรงสูงอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ในระยะยาว ควรใช้สลับกับการชาร์จแบบ AC Normal Charge ที่บ้าน
  • จอดรถในที่ร่ม: อุณหภูมิที่สูงเกินไปเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน การจอดรถในที่ร่มช่วยรักษอุณหภูมิของแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • ขับขี่อย่างนุ่มนวล: หลีกเลี่ยงการเร่งความเร็วหรือเบรกอย่างกะทันหันบ่อยๆ ซึ่งจะทำให้แบตเตอรี่ต้องทำงานหนักและเกิดความร้อนสูง

บทสรุปและแนวทางปฏิบัติสำหรับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า

โดยสรุป ข้อมูลเรื่องการออก กฎใหม่! บังคับตรวจสภาพแบตฯ EV ประจำปี นั้นยังไม่มีมูลความจริงในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน (ตุลาคม 2568) ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ายังคงสามารถดำเนินการต่อภาษีและตรวจสภาพรถตามเกณฑ์ปกติได้โดยไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มเติม ข่าวที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับมาตรฐานด้านการผลิตในต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องของผู้ผลิตโดยตรง แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้รถคือการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการที่เชื่อถือได้ เช่น กรมการขนส่งทางบก และหลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน

อย่างไรก็ตาม การดูแลรักษารถยนต์ให้ดูดีและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสะอาดของตัวถัง ความเงางามของสี หรือการปกป้องพื้นผิวจากมลภาวะต่างๆ ซึ่งการดูแลเหล่านี้สะท้อนถึงความใส่ใจและช่วยรักษามูลค่าของรถยนต์ในระยะยาว

เพื่อการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้าของคุณให้สวยงามและอยู่ในสภาพดีเยี่ยมเสมอ ที่ HYPERLAB CAR DETAILLING ขอนแก่น มีบริการดูแลรักษาสภาพรถยนต์อย่างครบวงจร ตั้งแต่การล้างทำความสะอาด ขัดฟื้นฟูสภาพสี เคลือบปกป้องผิว ไปจนถึงงานซ่อมสีเฉพาะจุด ด้วยทีมงานมืออาชีพและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม เพื่อรับคำปรึกษาและบริการที่ดีที่สุดสำหรับรถของคุณ

Similar Posts