ai generated 137

EV แบตฯ รุ่นเก่าจะถูกแบน? มาตรฐานใหม่รัฐ 2569 ที่ต้องรู้

สารบัญ

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาเกี่ยวกับมาตรฐานแบตเตอรี่ EV

EV แบตฯ รุ่นเก่าจะถูกแบน? มาตรฐานใหม่รัฐ 2569 ที่ต้องรู้ - new-ev-battery-standard-thailand

ประเด็นคำถามที่ว่า EV แบตฯ รุ่นเก่าจะถูกแบน? มาตรฐานใหม่รัฐ 2569 ที่ต้องรู้ ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางในหมู่ผู้ใช้และผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและมาตรฐานเทคโนโลยีส่งผลโดยตรงต่อมูลค่า การใช้งาน และอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว บทความนี้จะชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

  • ไม่มีการประกาศ “แบน” รถ EV รุ่นเก่าในไทย: ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีกฎหมายหรือประกาศจากภาครัฐไทยที่ระบุว่าจะมีการห้ามใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่รุ่นเก่าอย่างเด็ดขาด
  • มาตรฐานใหม่ในจีนเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก: การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมาจากประเทศจีน ซึ่งได้ประกาศมาตรฐานแบตเตอรี่ใหม่ GB 38031-2025 ที่จะเริ่มบังคับใช้กับรถรุ่นใหม่ในปี 2569 และรถรุ่นเก่าในปี 2570 ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อตลาดโลก
  • ไม่ใช่การแบน แต่เป็นการ “ยกระดับมาตรฐาน”: รถ EV รุ่นเก่าในตลาดจีนจะไม่ถูกห้ามใช้งาน แต่ต้องได้รับการปรับปรุงให้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อให้สามารถจำหน่ายและใช้งานต่อไปได้
  • เทคโนโลยีแบตเตอรี่กำลังก้าวสู่ยุคใหม่: นวัตกรรมอย่าง Solid-State Batteries และแบตเตอรี่ทางเลือกอื่น ๆ กำลังจะเข้าสู่ตลาด ซึ่งจะนำมาซึ่งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และระยะทางการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น
  • ผู้บริโภคไทยควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด: แม้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงในทันที แต่แนวโน้มสากลจะส่งผลต่อนโยบายรถ EV ของไทยในอนาคต การติดตามประกาศจากหน่วยงานภาครัฐจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ทำความเข้าใจสถานการณ์: ทำไมเรื่องมาตรฐานแบตเตอรี่จึงสำคัญ

กระแสความกังวลเกี่ยวกับประเด็น EV แบตฯ รุ่นเก่าจะถูกแบน? มาตรฐานใหม่รัฐ 2569 ที่ต้องรู้ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผล แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก หัวใจของรถยนต์ไฟฟ้าคือแบตเตอรี่ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นแหล่งพลังงาน แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ประสิทธิภาพการใช้งาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การกำหนดมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้นจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังจะกลายเป็นกระแสหลัก

การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ตั้งแต่ผู้ผลิตที่ต้องปรับปรุงสายการผลิตและเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่, ผู้บริโภคที่ต้องพิจารณาถึงเทคโนโลยีและมาตรฐานของรถที่กำลังจะซื้อ เพื่อความคุ้มค่าและความปลอดภัยในระยะยาว ไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐที่ต้องวางนโยบายรถ EV ให้สอดคล้องกับทิศทางของโลก เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมและคุ้มครองผู้บริโภคไปพร้อมกัน การทำความเข้าใจถึงที่มาที่ไปและสาระสำคัญของมาตรฐานใหม่จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนที่อยู่ในแวดวงยานยนต์ไฟฟ้า

เจาะลึกมาตรฐานใหม่ GB 38031-2025 จากจีน: จุดเปลี่ยนสำคัญของวงการ

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยรัฐบาลจีนได้ประกาศใช้มาตรฐานความปลอดภัยแบตเตอรี่ฉบับใหม่ในชื่อ “GB 38031-2025” ซึ่งจะเข้ามาแทนที่มาตรฐานเดิม (GB 38031-2020) การประกาศนี้ส่งแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ต่างมีฐานการผลิตหรือส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าไปยังประเทศจีน การเปลี่ยนแปลงนี้จึงเปรียบเสมือนการกำหนดทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมในระดับสากล

สาระสำคัญของมาตรฐานฉบับใหม่คืออะไร?

มาตรฐาน GB 38031-2025 ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความปลอดภัยและรองรับเทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าที่หลากหลายมากขึ้น เนื้อหาหลักครอบคลุมประเด็นสำคัญดังนี้:

  • ขอบเขตที่กว้างขึ้น: มาตรฐานใหม่ไม่จำกัดอยู่แค่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แต่ยังครอบคลุมไปถึงแบตเตอรี่ประเภทอื่น ๆ ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น นิกเกิล-เมทัลไฮไดรด์ (Nickel-metal hydride) และโซเดียมไอออน (Sodium-ion) เพื่อเปิดทางให้นวัตกรรมใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม มาตรฐานนี้ไม่ครอบคลุมแบตเตอรี่เสริมที่ไม่ใช่เพื่อการขับเคลื่อน เช่น แบตเตอรี่ 12V ทั่วไป
  • การยกระดับความปลอดภัย: มีการปรับปรุงข้อกำหนดด้านความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้น เพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้น เช่น การทดสอบการลัดวงจรภายในเซลล์ การทนความร้อน และการป้องกันการลุกลามของไฟ (Thermal runaway propagation)
  • กรอบเวลาการบังคับใช้: มาตรฐานใหม่นี้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ทั้งหมดที่เปิดตัวและจำหน่ายในประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป

ผลกระทบต่อรถ EV รุ่นเก่า: ข่าวลือเรื่องการแบนเป็นจริงหรือไม่?

ประเด็นที่สร้างความกังวลมากที่สุดคือชะตากรรมของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเก่าที่ผลิตและได้รับการรับรองภายใต้มาตรฐานเดิม คำตอบที่ชัดเจนคือ ไม่มีการ “แบน” หรือห้ามใช้งานรถรุ่นเก่าอย่างเด็ดขาด แต่จะมีการกำหนดช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเพื่อให้ผู้ผลิตและเจ้าของรถได้ปรับตัว

สำหรับรถยนต์รุ่นเดิมที่เคยได้รับการรับรองมาตรฐานเก่าไปแล้ว จะได้รับระยะเวลาผ่อนผัน โดยจะต้องทำการปรับปรุงและยื่นขอการรับรองตามมาตรฐานใหม่ GB 38031-2025 ให้สำเร็จภายในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2570 ซึ่งหมายความว่าผู้ผลิตจะต้องพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) หรืออาจจะต้องปรับปรุงฮาร์ดแวร์บางส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่สูงขึ้น

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่การสั่งห้ามใช้รถรุ่นเก่า แต่เป็นมาตรการผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดก้าวไปสู่มาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในระยะยาว

ทิศทางของประเทศไทย: นโยบายและสถานการณ์ปัจจุบัน

ในขณะที่จีนกำลังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง คำถามที่ตามมาคือ แล้วสถานการณ์ในประเทศไทยเป็นอย่างไร? ผู้ใช้รถ EV ในไทยจำเป็นต้องกังวลกับเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด

นโยบายภาครัฐไทยและความเคลื่อนไหวล่าสุด

ณ ไตรมาสสุดท้ายของปี พ.ศ. 2568 ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐของไทยเกี่ยวกับการออกมาตรฐานแบตเตอรี่ EV ฉบับใหม่ที่จะบังคับใช้ในปี 2569 โดยตรง นโยบายรถ EV ของไทยในปัจจุบันยังคงมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการใช้งานและการผลิตในประเทศเป็นหลัก ผ่านมาตรการต่าง ๆ เช่น

  • มาตรการอุดหนุนราคา (EV 3.0 และ EV 3.5): การให้เงินอุดหนุนเพื่อลดราคาจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
  • การลดหย่อนภาษี: การลดภาษีสรรพสามิตและภาษีนำเข้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นตลาดและดึงดูดการลงทุน

อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่มีกฎหมายรถ EV ใหม่ที่เกี่ยวกับมาตรฐานแบตเตอรี่โดยตรง แต่เป็นที่คาดการณ์ว่าประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญในภูมิภาค จะต้องปรับตัวตามทิศทางของตลาดโลกในที่สุด การที่ตลาดขนาดใหญ่อย่างจีนกำหนดมาตรฐานใหม่ขึ้นมา ย่อมส่งผลต่อซัพพลายเชนและการส่งออกของผู้ผลิตทั่วโลก และเป็นไปได้สูงที่หน่วยงานมาตรฐานของไทย เช่น สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จะนำมาตรฐานสากลเหล่านี้มาพิจารณาปรับใช้ในอนาคต

การปรับตัวของผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ

ผู้ผลิตรถยนต์ข้ามชาติรายใหญ่ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยต่างตระหนักถึงแนวโน้มนี้เป็นอย่างดี หลายค่ายรถยนต์ได้เริ่มเตรียมความพร้อมและลงทุนด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่อย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้าและฮุนได ได้ประกาศแผนการลงทุนสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทย และกำลังเร่งวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่เจเนอเรชันถัดไป การเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าภาคอุตสาหกรรมพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับมาตรฐานที่สูงขึ้น เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในตลาดในประเทศและตลาดส่งออก

นวัตกรรมแบตเตอรี่แห่งอนาคตที่กำลังจะมาถึง

การเปลี่ยนแปลงด้านมาตรฐานไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่เป็นผลพวงมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นนวัตกรรมแบตเตอรี่ใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าไปอย่างสิ้นเชิง

Solid-State Batteries: ก้าวต่อไปของพลังงานขับเคลื่อน

เทคโนโลยีที่ถูกจับตามองมากที่สุดคือ “แบตเตอรี่โซลิดสเตต” (Solid-State Batteries) ซึ่งใช้ของแข็งเป็นอิเล็กโทรไลต์แทนของเหลวที่ใช้ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนปัจจุบัน ทำให้มีความปลอดภัยสูงกว่ามาก เนื่องจากลดความเสี่ยงจากการรั่วไหลและติดไฟ มีความหนาแน่นของพลังงานสูงกว่า และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

บริษัทชั้นนำอย่างโตโยต้าได้ประกาศเป้าหมายที่จะเริ่มผลิตแบตเตอรี่โซลิดสเตตให้ได้ภายในปี 2569 โดยมีจุดเด่นที่น่าทึ่งคือ สามารถชาร์จไฟได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียง 3 นาที และให้ระยะทางการวิ่งไกลถึง 1,200 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกคาดว่าเทคโนโลยีนี้จะยังมีต้นทุนการผลิตที่สูงมาก และอาจจะถูกนำมาใช้ในรถยนต์กลุ่มพรีเมียมหรือรถยนต์ไฮบริดก่อนที่จะแพร่หลายในรถ EV ทั่วไป

แบตเตอรี่ทางเลือกใหม่: โซเดียมไอออน และลิเธียม-ซัลเฟอร์

นอกเหนือจากโซลิดสเตต ยังมีการวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ทางเลือกอื่น ๆ ที่มีศักยภาพสูงเช่นกัน:

  • แบตเตอรี่โซเดียมไอออน (Sodium-ion): มีจุดเด่นด้านต้นทุนที่ต่ำกว่าลิเธียมไอออนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโซเดียมเป็นแร่ธาตุที่หาได้ง่ายและมีราคาถูกกว่าลิเธียมมาก แม้จะมีความหนาแน่นของพลังงานต่ำกว่า แต่ก็เหมาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่เน้นการใช้งานในเมือง หรือระบบกักเก็บพลังงาน
  • แบตเตอรี่ลิเธียม-ซัลเฟอร์ (Lithium-Sulfur): มีศักยภาพในการให้ความหนาแน่นของพลังงานที่สูงกว่าลิเธียมไอออนถึง 2-3 เท่า ในขณะที่มีน้ำหนักเบาและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายด้านความเสถียรและอายุการใช้งานที่ต้องพัฒนาต่อไป

เทคโนโลยีระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) กับอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือความก้าวหน้าของระบบจัดการแบตเตอรี่ (Battery Management System – BMS) ซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนสมองกลที่คอยควบคุมการทำงานของเซลล์แบตเตอรี่แต่ละเซลล์ให้ทำงานอย่างสมดุลและปลอดภัย BMS ในปัจจุบันมีความชาญฉลาดมากขึ้น สามารถปรับสมดุลการชาร์จและคายประจุได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์แบตเตอรี่ และยืดอายุการใช้งานโดยรวมให้ยาวนานกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในอดีต ซึ่งหมายความว่าแบตเตอรี่ EV ในปัจจุบันอาจมีอายุการใช้งานที่ทนทานและยาวนานกว่าที่หลายคนกังวล

ตารางเปรียบเทียบมาตรฐานแบตเตอรี่ EV ฉบับเก่าและใหม่ของจีน

ตารางนี้สรุปความแตกต่างที่สำคัญระหว่างมาตรฐานแบตเตอรี่ EV ของจีนฉบับเดิม (2020) และฉบับใหม่ (2025) ที่กำลังจะบังคับใช้
รายละเอียด มาตรฐานเดิม (GB 38031-2020) มาตรฐานใหม่ (GB 38031-2025)
วันบังคับใช้ (รถรุ่นใหม่) มีผลบังคับใช้ในปี 2020 1 กรกฎาคม 2569
วันบังคับใช้ (รถรุ่นเก่า) ไม่มีข้อกำหนดย้อนหลัง 1 กรกฎาคม 2570 (ต้องปรับปรุงให้ผ่านมาตรฐานใหม่)
ประเภทแบตเตอรี่ที่ครอบคลุม เน้นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนเป็นหลัก ลิเธียมไอออน, นิกเกิล-เมทัลไฮไดรด์, และโซเดียมไอออน
ระดับความปลอดภัย ปรับปรุงจากมาตรฐานรุ่นก่อนหน้า ยกระดับความปลอดภัยและข้อกำหนดทางเทคนิคให้สูงขึ้น
ผลกระทบต่อตลาดไทย ผลกระทบทางอ้อมในฐานะมาตรฐานอ้างอิง ยังไม่มีประกาศชัดเจน แต่คาดว่าจะส่งผลต่อแนวโน้มตลาดและนโยบายในอนาคต

บทสรุป และแนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับผู้ใช้รถ EV

โดยสรุปแล้ว ข่าวลือที่ว่า EV แบตฯ รุ่นเก่าจะถูกแบน? มาตรฐานใหม่รัฐ 2569 ที่ต้องรู้ นั้นไม่เป็นความจริงเสียทีเดียว ข้อเท็จจริงคือยังไม่มีการ “แบน” หรือห้ามใช้งานรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเก่าในประเทศไทย การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศจีน ซึ่งกำลังจะบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยแบตเตอรี่ฉบับใหม่ที่เข้มงวดขึ้น โดยกำหนดให้รถ EV ทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่าต้องปฏิบัติตามภายในปี 2569-2570 ซึ่งเป็นการ “ยกระดับ” ไม่ใช่การ “กำจัด”

สำหรับผู้บริโภคและผู้ที่กำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่น่ากังวล แต่ควรเตรียมความพร้อมและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด:

  1. ติดตามประกาศจากภาครัฐ: ให้ความสำคัญกับข้อมูลจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น สมอ. หรือกรมการขนส่งทางบก เกี่ยวกับนโยบายและมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
  2. พิจารณาเทคโนโลยีแบตเตอรี่: عند شراء سيارة كهربائية جديدة، ضع في اعتبارك تقنية البطارية المستخدمة. الطرازات الأحدث التي تم تطويرها مع مراعاة المعايير المستقبلية قد توفر راحة البال على المدى الطويل.
  3. เข้าใจว่าตลาดกำลังพัฒนา: อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ากำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงด้านมาตรฐานและเทคโนโลยีเป็นเรื่องปกติ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจะนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นและปลอดภัยขึ้นสำหรับผู้บริโภคทุกคน

แนวโน้มของโลกกำลังมุ่งหน้าสู่ยานยนต์ไฟฟ้าที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น การปรับตัวตามมาตรฐานสากลจึงเป็นสิ่งที่ประเทศไทยและผู้ผลิตรถยนต์ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในระยะยาว

การดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้าอย่างมืออาชีพ

ไม่ว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่จะก้าวหน้าไปไกลเพียงใด การดูแลรักษาสภาพภายนอกและภายในของรถยนต์ไฟฟ้าให้ดูดีและทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยังคงเป็นสิ่งสำคัญ การดูแลสีรถให้เงางามปราศจากริ้วรอย และการรักษาความสะอาดของห้องโดยสารไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่ดี แต่ยังช่วยรักษามูลค่าของรถยนต์ในระยะยาวอีกด้วย

สำหรับบริการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้าครบวงจร ตั้งแต่การล้าง ขัดสี เคลือบปกป้อง ไปจนถึงการซ่อมสีเฉพาะจุด สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ HYPERLAB CAR DETAILLING ขอนแก่น เพื่อให้รถของคุณสวยงามและทำงานเต็มประสิทธิภาพอยู่เสมอ

Similar Posts