new law solar ev charger 2026 featured

กฎหมาย 2569: ติดโซลาร์เซลล์ชาร์จ EV ที่บ้านต้องรู้อะไร?

สารบัญ

การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่บ้านกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองต่อเทรนด์พลังงานสะอาดและการประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายและข้อบังคับใหม่ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2569 ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่เจ้าของบ้านและผู้ใช้รถ EV ต้องทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อให้การติดตั้งเป็นไปอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด บทความนี้จะสรุปประเด็นสำคัญทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ กฎหมาย 2569: ติดโซลาร์เซลล์ชาร์จ EV ที่บ้านต้องรู้อะไร? ตั้งแต่กฎหมายควบคุมอาคาร มาตรฐานผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงมาตรการลดหย่อนภาษี

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ

  • กฎหมายอาคารผ่อนปรน: การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่มีน้ำหนักรวมไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร จะไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร ทำให้ไม่ต้องยื่นขอใบอนุญาต
  • มาตรฐาน มอก. บังคับใช้: ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป แผงโซลาร์เซลล์และเครื่องชาร์จรถ EV จะกลายเป็นสินค้าควบคุมที่ต้องผ่านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อความปลอดภัย
  • สิทธิลดหย่อนภาษี: เจ้าของบ้านสามารถนำค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 200,000 บาท สำหรับปีภาษี 2568 ถึง 2571
  • ร่าง พ.ร.บ. โซลาร์รูฟท็อป: มีการผลักดันร่างกฎหมายกลางเพื่อกำกับดูแลการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้เป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งอาจมีข้อกำหนดเรื่องการแจ้งการติดตั้งในอนาคต
  • การขออนุญาตเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า: การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์แบบ On-grid เพื่อใช้ชาร์จรถ EV จำเป็นต้องยื่นขออนุญาตและผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)

ภาพรวมกฎหมายโซลาร์เซลล์สำหรับบ้านและรถ EV ปี 2569

กฎหมาย 2569: ติดโซลาร์เซลล์ชาร์จ EV ที่บ้านต้องรู้อะไร? - new-law-solar-ev-charger-2026

แนวโน้มการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนพลังงานสะอาด ทำให้การติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่บ้านเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง โดยเฉพาะการชาร์จรถ EV เป็นทางเลือกที่น่าสนใจและคุ้มค่า เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านนี้เป็นไปอย่างเป็นระบบและปลอดภัย ภาครัฐจึงได้ปรับปรุงและออกมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้ชัดเจนขึ้นในช่วงปี 2568-2569 กฎหมายและข้อบังคับเหล่านี้ครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้งบนโครงสร้างอาคาร คุณภาพของอุปกรณ์ที่ใช้ ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของประเทศ

สำหรับเจ้าของบ้านที่วางแผนจะติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อชาร์จรถ EV การทำความเข้าใจในกฎระเบียบเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ความคุ้มค่าในการลงทุน และการใช้ประโยชน์จากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การเตรียมความพร้อมและศึกษาข้อมูลล่วงหน้าจะช่วยให้กระบวนการทั้งหมดราบรื่นและลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เจาะลึกข้อบังคับสำคัญ 4 ด้านที่ต้องรู้

กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อชาร์จรถ EV ที่บ้าน สามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ซึ่งแต่ละกลุ่มมีรายละเอียดและข้อปฏิบัติที่เจ้าของบ้านต้องให้ความสำคัญแตกต่างกันไป

1. กฎหมายอาคาร: ติดตั้งบนหลังคาอย่างไรให้ถูกกฎ

ประเด็นแรกที่ต้องพิจารณาคือเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร กฎกระทรวง ฉบับที่ 72 (พ.ศ. 2566) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ได้สร้างความชัดเจนและอำนวยความสะดวกให้กับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากขึ้น โดยมีสาระสำคัญคือ

  • ข้อยกเว้นการขออนุญาตดัดแปลงอาคาร: การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาหรือดาดฟ้า จะไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคาร หากมีน้ำหนักรวมของแผง, โครงสร้างรองรับ, และอุปกรณ์ทั้งหมด ไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร ซึ่งหมายความว่าเจ้าของบ้านไม่ต้องยื่นเรื่องขอใบอนุญาตดัดแปลงอาคาร (อ.1) กับหน่วยงานท้องถิ่น ช่วยลดขั้นตอนและความยุ่งยากลงอย่างมาก
  • ความรับผิดชอบของเจ้าของอาคาร: แม้จะได้รับการยกเว้นการขออนุญาต แต่เจ้าของอาคารยังคงมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการตรวจสอบให้แน่ใจว่าโครงสร้างหลังคาสามารถรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นได้อย่างปลอดภัย การติดตั้งต้องมั่นคงแข็งแรง สามารถทนต่อแรงลมและสภาวะอากาศต่างๆ ได้ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ข้อควรปฏิบัติที่ดีที่สุด คือการให้วิศวกรโยธาที่มีใบอนุญาตเป็นผู้ประเมินความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคาและออกแบบการติดตั้งอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยระยะยาว ป้องกันปัญหาหลังคารั่วซึม หรือโครงสร้างเสียหาย

2. มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.): คุณภาพและความปลอดภัยที่ต้องมี

เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุ้มครองผู้บริโภค กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีมติกำหนดให้ “แผงโซลาร์เซลล์” และ “เครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger)” เป็นสินค้าควบคุมที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้อย่างเป็นทางการในปี 2569

  • สถานะ “สินค้าควบคุม”: จากเดิมที่มาตรฐาน มอก. สำหรับแผงโซลาร์เซลล์เป็นเพียงมาตรฐานทั่วไป จะถูกยกระดับเป็นมาตรฐานบังคับ หมายความว่าผู้ผลิตและผู้นำเข้าทุกรายจะต้องขอใบอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และผลิตภัณฑ์จะต้องผ่านการทดสอบตามเกณฑ์ก่อนวางจำหน่ายในประเทศ
  • มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: ประกอบด้วยมาตรฐานหลักอย่างน้อย 2 ด้าน คือ มาตรฐานแผงเซลล์แสงอาทิตย์ชนิดผลึกซิลิคอน และมาตรฐานคุณสมบัติด้านความปลอดภัย ซึ่งครอบคลุมทั้งประสิทธิภาพและความทนทานต่อการใช้งาน
  • ผลกระทบต่อเจ้าของบ้าน: ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป เจ้าของบ้านควรเลือกซื้อและติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์และ EV Charger ที่มีเครื่องหมาย มอก. รับรองเท่านั้น การใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงจากอัคคีภัยหรือไฟฟ้าลัดวงจร แต่ยังทำให้การยื่นขออนุญาตเชื่อมต่อระบบกับการไฟฟ้าฯ เป็นไปได้ง่ายขึ้นด้วย

กฎหมายได้กำหนดบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้าที่ฝ่าฝืน โดยการจำหน่ายหรือนำเข้าสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. มาตรการภาษี: ลดหย่อนคุ้มค่า ต้องทำอย่างไร?

หนึ่งในมาตรการจูงใจที่สำคัญที่สุดคือ การให้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าใช้จ่ายในการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปที่บ้านพักอาศัย ซึ่งมีรายละเอียดและเงื่อนไขที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด (รอประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ)

  • วงเงินและระยะเวลา: สามารถนำค่าติดตั้งไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ต่อปีภาษี โดยคาดว่าจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 (สำหรับยื่นแบบภาษีในปี 2569-2572)
  • เงื่อนไขของระบบที่เข้าเกณฑ์:
    • ต้องเป็นระบบโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้าของบ้านพักอาศัย
    • ต้องเป็นระบบที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า (On-grid) ของ กฟน. หรือ กฟภ. และได้รับการอนุมัติภายในปีภาษีที่ต้องการใช้สิทธิ์
    • มีกำลังการผลิตติดตั้ง (Installed Capacity) ไม่เกิน 10 กิโลวัตต์พีค (kWp)
    • ผู้ใช้สิทธิ์ต้องเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 (บ้านอยู่อาศัย)
    • ใช้หลักการ 1 คน ต่อ 1 ระบบ ต่อ 1 มิเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น และชื่อผู้เสียภาษีต้องตรงกับชื่อในบิลค่าไฟฟ้า
  • หลักฐานที่ต้องเตรียม:
    • ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์แบบเต็มรูป (e-Tax Invoice) จากผู้ประกอบการติดตั้ง ซึ่งระบุข้อมูลผู้ซื้อ-ผู้ขาย และรายละเอียดค่าใช้จ่ายอย่างครบถ้วน
    • เอกสารยืนยันการอนุญาตเชื่อมต่อระบบ จาก กฟน. หรือ กฟภ.
    • ควรเก็บเอกสารอื่นๆ ประกอบ เช่น สัญญาการติดตั้ง, หนังสือรับรองงาน, และรูปถ่ายการติดตั้งไว้เป็นหลักฐาน

แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเครื่องชาร์จ EV โดยตรงจะไม่ได้ระบุไว้ในสิทธิ์ลดหย่อนนี้ แต่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของระบบโซลาร์รูฟท็อปที่ผลิตไฟฟ้าเพื่อนำมาชาร์จรถ EV นั้นสามารถนำไปใช้ลดหย่อนได้หากเข้าตามเงื่อนไขข้างต้นทั้งหมด

4. ร่าง พ.ร.บ. โซลาร์รูฟท็อป: กฎหมายใหม่ที่กำลังจะมาถึง

ในปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายกลางฉบับเดียวที่กำกับดูแลการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อใช้เองโดยเฉพาะ ทำให้กระบวนการต่างๆ ยังกระจัดกระจายอยู่ภายใต้กฎหมายหลายฉบับ ด้วยเหตุนี้จึงมีการผลักดัน “ร่างพระราชบัญญัติโซลาร์รูฟท็อป” ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ แม้จะยังอยู่ในขั้นตอนการยกร่างและรับฟังความคิดเห็น แต่ก็ให้ภาพอนาคตของการกำกับดูแลที่ชัดเจนขึ้น

  • วัตถุประสงค์หลัก: เพื่อส่งเสริมให้เกิดการติดตั้งและใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์อย่างแพร่หลายและเป็นระบบ แทนที่แนวทางเดิมที่เน้นการควบคุมเป็นหลัก
  • สาระสำคัญในร่างกฎหมาย:
    • การใช้งานไฟฟ้า: กำหนดให้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคภายในสถานที่ติดตั้งเท่านั้น การจำหน่ายไฟฟ้าให้บุคคลอื่นโดยตรงอาจทำไม่ได้ ยกเว้นการขายคืนให้กับ กฟน./กฟภ. ตามระเบียบที่จะประกาศต่อไป
    • หน้าที่การแจ้งการติดตั้ง: อาจมีการกำหนดให้เจ้าของบ้านต้องแจ้งการติดตั้งต่อหน่วยงานกำกับดูแลภายใน 30 วัน หากไม่แจ้งอาจมีโทษปรับ
    • การจัดการซากผลิตภัณฑ์: กำหนดความรับผิดชอบและบทลงโทษเกี่ยวกับการจัดการซากแผงโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์ที่หมดอายุการใช้งาน (E-waste) อย่างถูกวิธี

สำหรับเจ้าของบ้านที่ติดตั้งระบบในปัจจุบันและอนาคต ควรติดตามความคืบหน้าของ พ.ร.บ. ฉบับนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเมื่อประกาศใช้ จะมีผลโดยตรงต่อหน้าที่และข้อปฏิบัติต่างๆ ที่ต้องดำเนินการตาม

สรุปภาพรวมกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ปี 2569
ประเด็นกฎหมาย สถานะปัจจุบัน สิ่งที่เจ้าของบ้านต้องดำเนินการ
กฎหมายควบคุมอาคาร มีผลบังคับใช้แล้ว ตรวจสอบน้ำหนักติดตั้งไม่ให้เกิน 20 กก./ตร.ม. และให้วิศวกรประเมินโครงสร้าง
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ (มอก.) คาดว่าบังคับใช้ปี 2569 เลือกซื้อแผงโซลาร์และ EV Charger ที่มีเครื่องหมาย มอก.
มาตรการลดหย่อนภาษี รอประกาศในราชกิจจาฯ (ครอบคลุมปีภาษี 2568-2571) ติดตั้งระบบไม่เกิน 10 kWp, ขอ e-Tax Invoice และเอกสารเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า
ร่าง พ.ร.บ. โซลาร์รูฟท็อป อยู่ระหว่างการผลักดัน ติดตามความคืบหน้า และเตรียมพร้อมแจ้งการติดตั้งเมื่อกฎหมายมีผล

สรุปขั้นตอนและเช็กลิสต์สำหรับเจ้าของบ้าน

จากข้อมูลทั้งหมด หากท่านกำลังวางแผนติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อชาร์จรถ EV ที่บ้านในช่วงปี 2568-2569 สามารถใช้เช็กลิสต์ต่อไปนี้เพื่อเตรียมความพร้อมได้

  1. ประเมินโครงสร้างและความพร้อม: ให้วิศวกรตรวจสอบความแข็งแรงของหลังคา คำนวณน้ำหนักการติดตั้งไม่ให้เกิน 20 กก./ตร.ม. เพื่อให้เข้าเกณฑ์ยกเว้นการขออนุญาตดัดแปลงอาคาร
  2. เลือกอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน: เลือกผู้ติดตั้งที่เชื่อถือได้ และเลือกใช้อุปกรณ์ ทั้งแผงโซลาร์เซลล์, อินเวอร์เตอร์, และเครื่องชาร์จ EV ที่มีมาตรฐานรับรอง โดยเฉพาะเครื่องหมาย มอก. เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  3. ดำเนินการขออนุญาตเชื่อมต่อระบบ: ประสานงานกับผู้ติดตั้งเพื่อยื่นเอกสารขออนุญาตเชื่อมต่อระบบโซลาร์เซลล์แบบ On-grid กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในพื้นที่ของท่าน
  4. เตรียมเอกสารสำหรับลดหย่อนภาษี: แจ้งผู้ติดตั้งล่วงหน้าว่าต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี เพื่อขอรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) แบบเต็มรูปที่ระบุข้อมูลถูกต้องครบถ้วน
  5. เก็บหลักฐานทั้งหมด: รวบรวมและเก็บเอกสารสำคัญทั้งหมดไว้ในที่เดียวกัน ได้แก่ สัญญาติดตั้ง, ใบกำกับภาษี, ใบอนุญาตเชื่อมต่อระบบ, และหนังสือรับรองการติดตั้ง เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีและอ้างอิงในอนาคต
  6. ติดตามข่าวสาร: คอยติดตามการประกาศใช้ “ร่าง พ.ร.บ. โซลาร์รูฟท็อป” อย่างเป็นทางการ เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดเพิ่มเติม เช่น การแจ้งการติดตั้ง ให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ดูแลรถยนต์ไฟฟ้าคู่กับพลังงานสะอาด

การลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อชาร์จรถ EV ไม่เพียงแต่เป็นการลงทุนเพื่อความยั่งยืนและประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับการดูแลรักษารถยนต์ไฟฟ้าคันโปรดให้มีสภาพสวยงามและสมบูรณ์อยู่เสมอ หลังจากที่ได้ดูแลเรื่องแหล่งพลังงานสะอาดให้กับรถแล้ว การดูแลรักษาสภาพภายนอกของรถยนต์ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้รถยนต์คู่ใจสะท้อนภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและดูดีในทุกการเดินทาง

สำหรับผู้ที่อยู่ในจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง ที่กำลังมองหาศูนย์บริการดูแลรักษาสีรถยนต์ครบวงจร HYPERLAB CAR DETAILLING พร้อมให้บริการด้วยทีมงานมืออาชีพและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ตั้งแต่บริการล้างทำความสะอาด, ขัดฟื้นฟูสภาพสี, เคลือบแก้ว-เซรามิกเพื่อการปกป้องระยะยาว ไปจนถึงการซ่อมแซมสีเฉพาะจุด เพื่อให้รถยนต์ไฟฟ้าของคุณเงางามและโดดเด่นทัดเทียมกับเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่คุณเลือกใช้

HYPERLAB CAR DETAILLING เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–18.00 น. สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 066-156-9878 ที่อยู่ร้าน: 612 หมู่ 3 ถนนโนนม่วง ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000

Similar Posts