ชนแล้วแยก 2569: ถ่ายรูปมุมไหน ใช้แอปอะไร เคลมประกันไว
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรถชนเล็กน้อยบนท้องถนน แนวทางปฏิบัติ “ชนแล้วแยก” ได้กลายเป็นมาตรฐานที่ช่วยลดปัญหารถติดและทำให้กระบวนการเคลมประกันรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกกรณี บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับแนวทาง ชนแล้วแยก 2569: ถ่ายรูปมุมไหน ใช้แอปอะไร เคลมประกันไว เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถจัดการสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเป็นมืออาชีพมากที่สุด
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- โครงการ “ชนแล้วแยก แลกใบเคลม” ถูกออกแบบมาสำหรับอุบัติเหตุเล็กน้อยที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และคู่กรณีสามารถตกลงกันได้
- การถ่ายภาพหลักฐานอย่างละเอียดและครบถ้วนทุกมุม คือหัวใจสำคัญของการเคลมประกันที่รวดเร็วและราบรื่น
- แอปพลิเคชันจากบริษัทประกันภัยในปัจจุบันมีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวก ทำให้การส่งหลักฐานและอนุมัติเคลมทำได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง
- ผู้ขับขี่ต้องแจ้งเหตุให้บริษัทประกันภัยทราบภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อรักษาสิทธิ์ในการเคลมตามกรมธรรม์
- แม้จะตกลงกันได้ แต่หากมูลค่าความเสียหายประเมินแล้วสูงเกินกว่า 30,000 บาท หรือไม่แน่ใจฝ่ายถูกผิด การรอเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
ภาพรวมและประเด็นสำคัญของ “ชนแล้วแยก 2569”
แนวปฏิบัติ “ชนแล้วแยก” หมายถึงกระบวนการที่ผู้ขับขี่ที่ประสบอุบัติเหตุทางถนนเล็กน้อยสามารถจัดการสถานการณ์ได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อการจราจรโดยรวมได้อย่างมาก หลักการสำคัญคือการเก็บรวบรวมหลักฐานด้วยการถ่ายภาพ แลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็น และแยกย้ายออกจากจุดเกิดเหตุโดยเร็วที่สุด เพื่อดำเนินการแจ้งเคลมประกันในลำดับถัดไป
แนวทางนี้บังคับใช้เฉพาะกรณีอุบัติเหตุที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต และรถยนต์ที่เกี่ยวข้องทุกคันต้องมีประกันภัยภาคสมัครใจ (ประกันชั้น 1, 2+, 3+) ที่ยังไม่หมดอายุ นอกจากนี้ คู่กรณีทุกฝ่ายต้องสามารถตกลงกันเบื้องต้นได้ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิด หากมีข้อโต้แย้งหรือไม่แน่ใจ การรอเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงเป็นวิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง
ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย: ชนแล้วแยกทำอย่างไร?
เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่เสียสิทธิ์ในการเคลมประกัน ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรฐานอย่างเคร่งครัด การเตรียมตัวและความเข้าใจในแต่ละขั้นตอนจะช่วยลดความตื่นตระหนกและทำให้สามารถจัดการสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. ตรวจสอบความปลอดภัยและประเมินสถานการณ์
สิ่งแรกที่ต้องทำทันทีหลังเกิดเหตุคือการตั้งสติและประเมินความปลอดภัยของตนเอง ผู้โดยสาร และคู่กรณี
- เปิดไฟฉุกเฉิน: ทันทีที่รถหยุดนิ่ง ควรเปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน (Hazard Lights) เพื่อเตือนให้รถคันอื่นที่สัญจรไปมาทราบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นข้างหน้า
- ตรวจสอบผู้บาดเจ็บ: สอบถามตนเอง ผู้โดยสาร และคู่กรณีว่ามีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่ หากมีผู้บาดเจ็บรุนแรงหรือหมดสติ ให้โทรแจ้งสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ และแจ้งตำรวจที่เบอร์ 191 ทันที ในกรณีนี้ ห้ามเคลื่อนย้ายรถและให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
- ประเมินความเสียหาย: หากไม่มีผู้บาดเจ็บ ให้ประเมินความเสียหายของรถยนต์ทั้งสองฝ่ายว่าเป็นเพียงความเสียหายเล็กน้อย เช่น รอยขีดข่วน รอยบุบ หรือกันชนแตก หากความเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถขับเคลื่อนรถได้ หรือมีของเหลวรั่วไหล ควรติดต่อบริษัทประกันเพื่อขอรถยกและรอเจ้าหน้าที่สำรวจภัย
- เคลื่อนย้ายรถ (ถ้าทำได้): หากรถยังสามารถขับเคลื่อนได้และความเสียหายไม่มาก ควรตกลงกับคู่กรณีเพื่อเคลื่อนย้ายรถไปยังไหล่ทางหรือบริเวณที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร
2. ถ่ายภาพหลักฐาน: มุมไหนสำคัญที่สุด?
การถ่ายภาพเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในกระบวนการ “ชนแล้วแยก” เพราะภาพถ่ายเหล่านี้จะถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการแจ้งเคลมประกัน ควรใช้สมาร์ทโฟนถ่ายภาพให้มีความละเอียดสูงและชัดเจน โดยครอบคลุมมุมต่างๆ ดังต่อไปนี้
- ภาพมุมกว้างของที่เกิดเหตุ: ถ่ายภาพให้เห็นภาพรวมของจุดเกิดเหตุทั้งหมด รวมถึงรถของคู่กรณีทั้งสองคัน สภาพแวดล้อมโดยรอบ เส้นจราจร และป้ายจราจรที่เกี่ยวข้อง ภาพมุมนี้จะช่วยให้บริษัทประกันเข้าใจลักษณะของถนนและพฤติกรรมการขับขี่ก่อนเกิดเหตุ
- ภาพตำแหน่งรถหลังเกิดเหตุ (ก่อนเคลื่อนย้าย): หากปลอดภัยพอที่จะทำได้ ควรถ่ายภาพตำแหน่งสุดท้ายของรถทั้งสองคันหลังการชนทันที เพื่อแสดงให้เห็นลักษณะการปะทะและทิศทางของรถ
- ภาพรถทั้งสองคันแบบเต็มคัน: ถ่ายภาพรถยนต์ของตนเองและคู่กรณีให้เห็นเต็มคันจากทุกมุม ได้แก่ ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย และด้านขวา เพื่อให้เห็นภาพรวมของตัวรถ
- ภาพป้ายทะเบียนรถ: ถ่ายภาพแผ่นป้ายทะเบียนของรถทุกคันที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน รวมถึงป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีด้วย
- ภาพความเสียหายระยะใกล้: ถ่ายเจาะจงบริเวณที่เกิดความเสียหายของรถทุกคัน โดยถ่ายให้เห็นรายละเอียดของร่องรอยการชนอย่างชัดเจน เช่น รอยครูด รอยบุบ หรือชิ้นส่วนที่แตกหัก
เคล็ดลับ: ขณะถ่ายภาพ ควรเปิดฟังก์ชันบันทึกตำแหน่ง (GPS Location Tag) บนสมาร์ทโฟน เพื่อให้ข้อมูลพิกัดของจุดเกิดเหตุถูกฝังไปกับไฟล์ภาพโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการยืนยันสถานที่เกิดเหตุ
3. แลกเปลี่ยนข้อมูลกับคู่กรณี
หลังจากถ่ายภาพหลักฐานเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็นกับคู่กรณีเพื่อใช้ในการติดต่อและแจ้งเคลมประกัน ควรจดบันทึกหรือถ่ายภาพเอกสารของกันและกัน โดยข้อมูลที่จำเป็นประกอบด้วย:
- ข้อมูลส่วนตัว: ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ของผู้ขับขี่และเจ้าของรถ (กรณีผู้ขับขี่ไม่ใช่เจ้าของ)
- ข้อมูลรถยนต์: หมายเลขทะเบียนรถ, ยี่ห้อ, รุ่น และสี
- ข้อมูลประกันภัย: ชื่อบริษัทประกันภัย, หมายเลขกรมธรรม์ และวันหมดอายุ
ในปัจจุบัน หลายบริษัทประกันภัยมีบัตรหรือสติกเกอร์ QR Code สำหรับสแกนเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดในการจดบันทึกได้เป็นอย่างดี
4. แยกย้ายและแจ้งเคลมประกัน
เมื่อรวบรวมข้อมูลและหลักฐานครบถ้วนแล้ว คู่กรณีสามารถแยกย้ายออกจากที่เกิดเหตุได้ จากนั้นให้รีบติดต่อบริษัทประกันภัยของตนเองโดยเร็วที่สุด ซึ่งตามเงื่อนไขกรมธรรม์ส่วนใหญ่กำหนดให้ต้องแจ้งเหตุภายใน 24 ชั่วโมง
การแจ้งเคลมสามารถทำได้หลายช่องทาง เช่น โทรศัพท์ติดต่อ Call Center หรือแจ้งผ่านแอปพลิเคชันของบริษัทประกัน ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด โดยสามารถอัปโหลดภาพถ่ายที่เตรียมไว้ผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที หากเอกสารและหลักฐานครบถ้วน บางบริษัทสามารถอนุมัติการเคลมได้ภายใน 30 นาที และส่ง SMS ยืนยันเพื่อให้สามารถนำรถเข้าซ่อมที่อู่หรือศูนย์บริการในเครือได้ทันที
รีวิวแอปพลิเคชันเคลมประกันออนไลน์ที่ต้องมีติดเครื่อง ปี 2569
เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติกระบวนการเคลมประกันรถยนต์ให้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้น หลายบริษัทประกันภัยได้พัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่รองรับกระบวนการ “ชนแล้วแยก” โดยเฉพาะ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถทำทุกขั้นตอนได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่การแจ้งเหตุ อัปโหลดรูปภาพ ไปจนถึงการรับใบเคลมดิจิทัล แอปพลิเคชันเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลา แต่ยังลดขั้นตอนที่ยุ่งยากและลดการใช้กระดาษอีกด้วย
| แอปประกันภัย | คุณสมบัติหลัก | เวลาเคลมโดยประมาณ |
|---|---|---|
| MyViriyah (วิริยะ) | ถ่ายรูปอัปโหลดเพื่อเคลมออนไลน์ รองรับ “ชนแล้วแยก” และสามารถส่งเจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหายได้ฟรี | 30 นาที – 1 ชั่วโมง |
| MSIG Car (MSIG) | มีฟังก์ชันสแกน QR Code ของรถคู่กรณีเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล และรองรับการเคลมดิจิทัลผ่านการถ่ายภาพ | ภายในวันเดียว |
| Tokena (ทิพย) | เคลมผ่านรูปถ่ายโดยไม่ต้องมีใบเซ็นยินยอม รองรับเทคโนโลยี AI ช่วยวิเคราะห์ภาพความเสียหายเบื้องต้น | เร็วที่สุด 15 นาที |
| QR Claim (หลายบริษัท) | แอปพลิเคชันกลางที่ใช้สแกน QR Code แลกข้อมูล ถ่ายภาพจุดเกิดเหตุ และส่งเรื่องเคลมดิจิทัลไปยังบริษัทประกันที่เข้าร่วม | 1 – 2 ชั่วโมง |
สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย
แม้ว่าโครงการ “ชนแล้วแยก” จะช่วยลดปัญหาการจราจรจากอุบัติเหตุเล็กน้อย แต่ภาพรวมของอุบัติเหตุบนท้องถนนในประเทศไทยยังคงเป็นประเด็นที่น่ากังวล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญที่มีการเดินทางหนาแน่น การตระหนักถึงสถิติและความเสี่ยงจะช่วยให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น
สถิติอุบัติเหตุช่วงปีใหม่ 2569
จากข้อมูลล่าสุดในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย:
- ข้อมูลสะสม 4 วัน (30 ธ.ค. 68 – 2 ม.ค. 69): เกิดอุบัติเหตุรวม 991 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 956 คน และมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 171 ราย
- สาเหตุหลัก: การขับรถเร็วเกินกำหนดเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่
- จังหวัดที่มีสถิติสูงสุด: จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดจำนวน 39 ครั้ง ในขณะที่กรุงเทพมหานครมีจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดที่ 14 ราย
สถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้จะเป็นอุบัติเหตุเล็กน้อยหรือรุนแรง การมีสติและปฏิบัติตามกฎจราจรเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
ข้อควรระวังและแนวทางปฏิบัติตามกฎหมาย
แม้ว่า “ชนแล้วแยก” จะเป็นแนวทางที่สะดวก แต่มีข้อควรระวังบางประการที่ผู้ขับขี่ต้องคำนึงถึงเสมอ:
- กรณีตกลงกันไม่ได้: หากคู่กรณีไม่ยอมรับผิด หรือมีข้อโต้เถียงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ห้ามทำการแยกย้ายเด็ดขาด ให้โทรแจ้งตำรวจ (191) และบริษัทประกันภัยทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยและบันทึกเหตุการณ์
- ความเสียหายเกิน 30,000 บาท: หากประเมินด้วยสายตาแล้วพบว่าความเสียหายอาจมีมูลค่าสูง หรือกระทบต่อโครงสร้างหลักของรถ ควรให้เจ้าหน้าที่สำรวจภัย (พนักงานเคลม) มาตรวจสอบที่เกิดเหตุจะดีกว่า
- ตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์: ข้อมูลและเงื่อนไขการเคลมอาจมีการเปลี่ยนแปลง ผู้ขับขี่ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) หรือติดต่อสอบถามจากบริษัทประกันของตนเองโดยตรง
ข้อสังเกต: กฎหมายและนโยบายประกันภัยอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ผู้ขับขี่ควรติดตามข่าวสารและอัปเดตข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุด
สรุปแนวทางปฏิบัติและข้อแนะนำเพิ่มเติม
โดยสรุปแล้ว แนวทาง ชนแล้วแยก 2569: ถ่ายรูปมุมไหน ใช้แอปอะไร เคลมประกันไว เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ขับขี่ในการจัดการอุบัติเหตุเล็กน้อยด้วยตนเอง ช่วยประหยัดเวลาและลดปัญหาการจราจรได้อย่างดีเยี่ยม หัวใจสำคัญคือการมีสติ รวบรวมหลักฐานด้วยการถ่ายภาพให้ครบถ้วน แลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็น และใช้เทคโนโลยีจากแอปพลิเคชันประกันภัยเพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลม การเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถผ่านสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดไปได้อย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอุบัติเหตุจะได้รับการจัดการผ่านกระบวนการเคลมประกันแล้ว แต่ร่องรอยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ยังคงอยู่ การฟื้นฟูสภาพรถให้กลับมาสวยงามดังเดิมถือเป็นขั้นตอนต่อไปที่สำคัญ หลังจากจัดการเรื่องเคลมเรียบร้อย การนำรถเข้าศูนย์บริการดูแลรักษาสภาพรถยนต์มืออาชีพเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการซ่อมแซมและเก็บรายละเอียดความเสียหายให้หมดจด
สำหรับผู้ที่อยู่ในจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง ที่กำลังมองหาบริการดูแลรักษารถยนต์ครบวงจรหลังเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นงานซ่อมสี ขัดลบรอย เคลือบสีเพื่อปกป้อง หรือบริการล้างทำความสะอาด สามารถพิจารณาใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญได้ที่ HYPERLAB CAR DETAILLING ซึ่งมีบริการที่ครอบคลุมเพื่อฟื้นฟูสภาพรถยนต์ให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้ง
ที่อยู่: 612 ม.3 ถ.โนนม่วง ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00–18.00 น.
เบอร์ติดต่อ: 066-156-9878
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการและนัดหมายเข้ารับบริการ สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที