car act insurance update 2026 featured

พ.ร.บ. รถยนต์ 2569 คุ้มครองอะไรเพิ่ม? เช็คก่อนพลาดสิทธิ์

สารบัญ

บทความนี้จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเด็น พ.ร.บ. รถยนต์ 2569 คุ้มครองอะไรเพิ่ม? เช็คก่อนพลาดสิทธิ์ โดยเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญซึ่งจะเกิดขึ้นกับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ภายใต้เกณฑ์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสิทธิประโยชน์ ส่วนลด และความคุ้มครองที่ผู้ใช้รถจะได้รับ เพื่อให้สามารถเตรียมความพร้อมและเลือกแผนประกันที่เหมาะสมที่สุด

สรุปประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงประกันรถยนต์ 2569

  • การเปลี่ยนแปลงหลักในปี 2569 จะเกิดขึ้นกับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (เช่น ประกันชั้น 1, 2+, 3+) ไม่ใช่ พ.ร.บ. ภาคบังคับโดยตรง
  • ผู้เอาประกันมีสิทธิเลือกระหว่างกรมธรรม์แบบ “ระบุผู้ขับขี่” (สูงสุด 5 คน) และ “ไม่ระบุผู้ขับขี่”
  • ผู้ขับขี่ที่มีประวัติดีและเลือกระบุชื่อในกรมธรรม์ มีโอกาสได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • มีการปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกในกรมธรรม์ภาคสมัครใจรุ่นใหม่ให้สูงขึ้น
  • เงื่อนไขความรับผิดชอบกรณีผู้ขับขี่ไม่มีชื่อในกรมธรรม์จะมีความชัดเจนมากขึ้น โดยอาจต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)

เกณฑ์ใหม่ประกันรถยนต์ 2569: ความเปลี่ยนแปลงที่ผู้ใช้รถต้องรู้

พ.ร.บ. รถยนต์ 2569 คุ้มครองอะไรเพิ่ม? เช็คก่อนพลาดสิทธิ์ - car-act-insurance-update-2026

ในช่วงปี 2568-2569 วงการประกันภัยรถยนต์กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญตามแนวทางของ คปภ. ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างค่าเบี้ยประกันให้สะท้อนความเสี่ยงและพฤติกรรมการขับขี่ของผู้เอาประกันแต่ละรายอย่างเป็นธรรมมากขึ้น หลักการสำคัญคือการให้รางวัลแก่ผู้ขับขี่ที่มีประวัติดี และสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภค

เดิมทีมีการวางแผนบังคับให้รถยนต์ส่วนบุคคลต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ภาคสมัครใจทั้งหมด แต่หลังจากมีการยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง คปภ. ได้ปรับแนวทางใหม่ โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ถึง 17 พฤศจิกายน 2569 ผู้เอาประกันจะมีทางเลือกในการทำประกัน ทำให้การตัดสินใจต่ออายุกรมธรรม์ในปี 2569 จำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลเหล่านี้อย่างรอบคอบ เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์สูงสุดและเลือกความคุ้มครองที่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานรถยนต์ของตนเอง

สิทธิประโยชน์และความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้นภายใต้เกณฑ์ใหม่

เกณฑ์การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจฉบับใหม่ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเบี้ยประกัน แต่ยังมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์และความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้นในหลายมิติ ซึ่งเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้บริโภคที่ขับขี่อย่างปลอดภัย

ส่วนลดสำหรับผู้ขับขี่ประวัติดี (Good Driver Discount)

ระบบใหม่ให้ความสำคัญกับการให้รางวัลแก่ผู้ขับขี่ที่มีความรับผิดชอบอย่างชัดเจน ผ่านโครงสร้างส่วนลดที่จูงใจมากขึ้น:

  • ส่วนลดประวัติดี (No-Claim Bonus): หากผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ไม่มีประวัติการเคลมที่เป็นฝ่ายผิดตลอดทั้งปี หรือมีประวัติการเคลมที่แสดงให้เห็นถึงการขับขี่อย่างระมัดระวัง จะมีสิทธิ์ได้รับส่วนลดประวัติดีสูงสุดถึง 40%
  • ส่วนลดจากการระบุชื่อผู้ขับขี่ (Named Driver Discount): การที่ผู้เอาประกันยินยอมให้ข้อมูลผู้ขับขี่ (เช่น อายุ เพศ ประวัติอุบัติเหตุ) เพื่อให้บริษัทประกันสามารถประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ จะได้รับส่วนลดเพิ่มเติมอีกสูงสุดถึง 40%

ดังนั้น ผู้ขับขี่ที่มีประวัติดีและเลือกระบุชื่อในกรมธรรม์ อาจมีโอกาสได้รับส่วนลดรวมสูงสุดถึง 80% (40% + 40%) หากเข้าเกณฑ์และเงื่อนไขทั้งหมดที่บริษัทประกันกำหนด ซึ่งนับเป็นสิทธิประโยชน์ที่ไม่ควรพลาด

การปรับเพิ่มวงเงินคุ้มครองบุคคลภายนอก

เพื่อยกระดับความคุ้มครองและลดภาระทางการเงินของผู้เอาประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรง บริษัทประกันหลายแห่งได้ปรับปรุงกรมธรรม์ภาคสมัครใจรุ่นใหม่ตามแนวทางของ คปภ. โดยกำหนดวงเงินความรับผิดต่อบุคคลภายนอกให้สูงขึ้น มีการระบุว่ากรมธรรม์ใหม่จะกำหนดความคุ้มครองในส่วนนี้ไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาทต่อครั้ง สำหรับรถยนต์ทุกประเภทการใช้งาน ซึ่งหมายความว่าในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือร่างกายของบุคคลภายนอก โอกาสที่วงเงินประกันจะไม่เพียงพอจะลดลงอย่างมาก ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่

เงื่อนไขที่ชัดเจนขึ้นกรณีผู้ขับขี่ไม่มีชื่อในกรมธรรม์

สำหรับผู้ที่เลือกแผนประกันแบบ “ระบุผู้ขับขี่” เพื่อรับส่วนลดค่าเบี้ย กรมธรรม์ใหม่จะระบุเงื่อนไขไว้อย่างโปร่งใสและชัดเจนมากขึ้นในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขณะที่บุคคลอื่นซึ่งไม่มีชื่อในกรมธรรม์เป็นผู้ขับขี่ โดยทั่วไปแล้ว:

  • กรมธรรม์จะยังคงให้ความคุ้มครอง แต่ผู้เอาประกันจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ตามจำนวนที่ระบุไว้ในสัญญา
  • จำนวนค่าเสียหายส่วนแรกจะถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้เอาประกันสามารถประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจได้ว่าส่วนลดที่ได้รับคุ้มค่ากับความรับผิดชอบที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่

ความชัดเจนนี้ถือเป็นประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น เพราะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจถึงข้อดีและข้อจำกัดของแผนประกันแต่ละรูปแบบได้อย่างครบถ้วนก่อนตัดสินใจ

การเปลี่ยนแปลงสำคัญ: เลือกแผนประกันแบบ “ระบุ” หรือ “ไม่ระบุ” ผู้ขับขี่

หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในปี 2569 คือการมอบสิทธิ์ให้ผู้เอาประกันสามารถเลือกรูปแบบกรมธรรม์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานรถยนต์ของตนเองได้ระหว่างแผนแบบ “ระบุผู้ขับขี่” และ “ไม่ระบุผู้ขับขี่” ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

ตารางเปรียบเทียบแผนประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบบระบุและไม่ระบุผู้ขับขี่ ปี 2569
ตัวเลือก ลักษณะสำคัญ ผลต่อค่าเบี้ยประกัน ผลต่อความยืดหยุ่น
แบบระบุผู้ขับขี่ ระบุชื่อผู้ขับขี่หลักในกรมธรรม์ได้สูงสุด 5 คน มีโอกาสได้รับส่วนลดสูงสุด (ส่วนลดประวัติดี + ส่วนลดระบุชื่อ) ทำให้ค่าเบี้ยถูกลงอย่างมาก หากผู้ที่ไม่มีชื่อในกรมธรรม์เป็นผู้ขับและเกิดอุบัติเหตุ จะต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)
แบบไม่ระบุผู้ขับขี่ ไม่จำกัดผู้ขับขี่ ใครก็สามารถขับรถคันดังกล่าวได้โดยได้รับความคุ้มครองเต็มรูปแบบ ค่าเบี้ยประกันจะสูงกว่าแบบระบุผู้ขับขี่ประมาณ 5% และอาจไม่ได้รับส่วนลดในอัตราสูงสุด มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับรถยนต์ที่มีผู้ใช้งานหลายคน หรือใช้ในครอบครัวใหญ่

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ พ.ร.บ. รถยนต์ 2569 (ภาคบังคับ)

สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจนคือ การเปลี่ยนแปลงที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้นเกี่ยวข้องกับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเป็นหลัก สำหรับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ. ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับที่รถทุกคันต้องจัดทำนั้น จากข้อมูลที่มีอยู่ ยังไม่พบการประกาศเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญด้านความคุ้มครองหรือวงเงินค่าสินไหมทดแทนในปี 2569 โดยตรง

พ.ร.บ. ภาคบังคับยังคงมีวัตถุประสงค์หลักในการให้ความคุ้มครองพื้นฐานแก่ “ทุกคน” ที่ประสบภัยจากรถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก โดยเน้นไปที่ค่ารักษาพยาบาลและค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ ดังนั้น การต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ หรือผ่านช่องทางปกติ ยังคงเป็นข้อบังคับตามกฎหมายจราจรใหม่และเดิมที่ต้องปฏิบัติเช่นเคย

แนวทางตรวจสอบสิทธิ์เพื่อประโยชน์สูงสุดในปี 2569

เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่พลาดสิทธิประโยชน์และเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมที่สุดเมื่อต้องต่ออายุกรมธรรม์ในปี 2569 ควรมีการเตรียมความพร้อมและตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้าดังนี้

สอบถามข้อมูลจากบริษัทประกันหรือนายหน้าโดยตรง

ก่อนตัดสินใจ ควรสอบถามตัวแทนหรือบริษัทประกันให้ชัดเจนในประเด็นต่อไปนี้:

  • กรมธรรม์ที่นำเสนอเป็นไปตามเกณฑ์ใหม่ของ คปภ. แล้วหรือไม่?
  • มีทางเลือกแบบ “ระบุผู้ขับขี่” และ “ไม่ระบุผู้ขับขี่” หรือไม่ และค่าเบี้ยประกันแตกต่างกันเท่าใด?
  • วงเงินความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกอยู่ที่เท่าไร?
  • เงื่อนไขและจำนวนเงินค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ในกรณีที่ผู้ขับขี่ไม่มีชื่อในกรมธรรม์เป็นเท่าใด?

ประเมินพฤติกรรมการใช้รถของตนเอง

การเลือกแผนประกันที่คุ้มค่าที่สุดขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานรถยนต์:

  • หากขับรถเองเป็นหลัก หรือมีผู้ขับขี่ประจำเพียง 1-3 คน และทุกคนมีประวัติการขับขี่ที่ดี การเลือกแผน “ระบุผู้ขับขี่” จะช่วยประหยัดค่าเบี้ยได้อย่างมาก
  • หากรถหนึ่งคันมีผู้สลับกันขับหลายคน (เช่น รถส่วนกลางของครอบครัว) หรือมีความจำเป็นต้องให้ผู้อื่นยืมใช้รถบ่อยครั้ง การเลือกแผน “ไม่ระบุผู้ขับขี่” อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า แม้จะต้องจ่ายเบี้ยสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ให้ความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยงจากการต้องจ่ายค่าเสียหายส่วนแรก

ตรวจสอบประวัติการเคลมที่ผ่านมา

เนื่องจากส่วนลดประวัติดีเป็นสิทธิประโยชน์สำคัญ ควรขอประวัติการเคลมจากบริษัทประกันเดิมเพื่อตรวจสอบความถูกต้องว่าการเคลมแต่ละครั้งถูกบันทึกเป็นฝ่ายถูกหรือฝ่ายผิดอย่างไร ข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเจรจาขอส่วนลดเมื่อต่ออายุกรมธรรม์กับบริษัทเดิมหรือเมื่อพิจารณาเปลี่ยนไปใช้บริการบริษัทใหม่

บทสรุปและการดูแลรักษารถยนต์เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

โดยสรุปแล้ว การเปลี่ยนแปลงของประกันรถยนต์ในปี 2569 มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงกรมธรรม์ภาคสมัครใจให้มีความยืดหยุ่นและเป็นธรรมมากขึ้น โดยมอบสิทธิประโยชน์ด้านส่วนลดแก่ผู้ขับขี่ที่มีประวัติดี และเพิ่มวงเงินความคุ้มครองบุคคลภายนอกให้สูงขึ้น การทำความเข้าใจทางเลือกระหว่างแผน “ระบุ” และ “ไม่ระบุ” ผู้ขับขี่ คือกุญแจสำคัญในการวางแผนทางการเงินและเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมที่สุด

นอกเหนือจากการมีความคุ้มครองทางการเงินที่ครอบคลุมแล้ว การดูแลรักษาสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ การตรวจเช็คสภาพรถ การทำความสะอาด และการบำรุงรักษาสีรถยนต์ไม่เพียงแต่ช่วยยืดอายุการใช้งาน แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในความปลอดภัยของเจ้าของรถอีกด้วย

สำหรับเจ้าของรถในจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียงที่ต้องการบริการดูแลรักษารถยนต์อย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการล้าง ขัด เคลือบสี หรือซ่อมแซมสีรถยนต์ สามารถเข้ารับบริการได้ที่ HYPERLAB CAR DETAILLING ซึ่งพร้อมให้บริการดูแลรถยนต์ด้วยมาตรฐานสูงสุด

  • ที่อยู่: 612 ม 3 ถ.โนนม่วง ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
  • เวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–18.00 น.
  • เบอร์ติดต่อ: 066-156-9878

เพื่อความสะดวกในการนัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทาง LINE Official ได้ทันที

Similar Posts