car insurance 2026 new coverage featured

ประกันชั้น 1 ปี 2569 คุ้มครองอะไรเพิ่ม? เช็กก่อนต่ออายุ

สารบัญ

เมื่อเข้าสู่ปีใหม่ เจ้าของรถยนต์หลายคนมักเตรียมวางแผนต่ออายุประกันภัยรถยนต์ แต่สำหรับปี 2569 นี้ การต่อประกันอาจมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณามากกว่าเดิม เนื่องจากมีการปรับปรุงกรมธรรม์ครั้งสำคัญ บทความนี้จะเจาะลึกว่า ประกันชั้น 1 ปี 2569 คุ้มครองอะไรเพิ่ม? เช็กก่อนต่ออายุ เพื่อให้ผู้ขับขี่เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านวงเงินความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้น และระบบการคิดค่าเบี้ยประกันแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับพฤติกรรมการขับขี่มากขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่าในการทำประกันรถยนต์

ประเด็นสำคัญของการเปลี่ยนแปลงประกันชั้น 1 ปี 2569

  • วงเงินคุ้มครองบุคคลภายนอกเพิ่มขึ้น: กรมธรรม์ใหม่กำหนดวงเงินความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอกขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลทุกประเภท
  • ระบบส่วนลดเบี้ยประกันแบบใหม่: ผสาน 2 ส่วนลดหลัก คือ ส่วนลดประวัติดี (สูงสุด 40%) และ ส่วนลดพฤติกรรมการขับขี่ดี (สูงสุด 40%) ทำให้มีโอกาสได้รับส่วนลดรวมสูงสุดถึง 80%
  • ทางเลือกในการระบุผู้ขับขี่: เจ้าของรถสามารถเลือกระหว่างการระบุชื่อผู้ขับขี่เพื่อรับสิทธิ์ส่วนลดพฤติกรรม หรือไม่ระบุชื่อแต่ต้องจ่ายเบี้ยประกันเพิ่มขึ้น 5%
  • การจัดระดับพฤติกรรมผู้ขับขี่: มีการแบ่งระดับผู้ขับขี่เป็น 5 ระดับ ซึ่งจะส่งผลต่ออัตราส่วนลดที่ได้รับ โดยผู้ขับขี่ที่มีประวัติดีจะได้รับการเลื่อนระดับขึ้นทุกปี

ภาพรวมการเปลี่ยนแปลงประกันชั้น 1 ปี 2569 ที่เจ้าของรถต้องรู้

ประกันชั้น 1 ปี 2569 คุ้มครองอะไรเพิ่ม? เช็กก่อนต่ออายุ - car-insurance-2026-new-coverage

การปรับปรุงกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ โดยเฉพาะประกันชั้น 1 ในปี 2569 ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเจ้าของรถยนต์ทุกคน การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน สร้างความเป็นธรรมในการกำหนดอัตราเบี้ยประกัน และยกระดับมาตรฐานความคุ้มครองให้สอดคล้องกับความเสี่ยงในปัจจุบันมากขึ้น

สาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การเพิ่มวงเงินความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก, การนำระบบส่วนลดเบี้ยประกันแบบใหม่ที่อิงตามพฤติกรรมการขับขี่มาใช้ และการให้ทางเลือกแก่ผู้เอาประกันในการระบุชื่อผู้ขับขี่ ซึ่งแต่ละประเด็นล้วนมีรายละเอียดที่เจ้าของรถควรทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้ เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกแผนประกันที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดก่อนที่จะต่ออายุประกันรถยนต์ในปี 2569 และปีต่อๆ ไป

เจาะลึกความคุ้มครองที่ปรับใหม่: วงเงินความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดของประกันชั้น 1 ปี 2569 คือการปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองขั้นต่ำสำหรับความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก โดยกำหนดให้รถยนต์ที่ใช้งานส่วนบุคคลทุกประเภทต้องมีวงเงินในส่วนนี้ไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาทต่อครั้ง ซึ่งเป็นการยกระดับความคุ้มครองจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ

ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก หมายถึง ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของบุคคลอื่นที่ไม่ได้อยู่ในรถคันเอาประกัน โดยมีผู้เอาประกันเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย การเพิ่มวงเงินนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนโดยรวม ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรุนแรงซึ่งอาจมีค่าเสียหายสูง เช่น อุบัติเหตุที่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตหลายราย หรืออุบัติเหตุที่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินมูลค่าสูง วงเงินที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถเข้ามาดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อย่างครอบคลุม ลดภาระทางการเงินของผู้เอาประกันได้อย่างมหาศาล และทำให้ผู้เสียหายได้รับการชดเชยอย่างเพียงพอและเป็นธรรม

ระบบส่วนลดเบี้ยประกันแบบใหม่: ขับดีมีแต่ได้

หัวใจสำคัญของการปฏิรูปกรมธรรม์ในปี 2569 คือการนำระบบการคำนวณเบี้ยประกันและส่วนลดแบบใหม่มาใช้ ซึ่งเปลี่ยนจากการพิจารณาเพียงประวัติการเคลมในอดีต มาเป็นการผสมผสานปัจจัยด้านพฤติกรรมการขับขี่เข้าไปด้วย ระบบใหม่นี้ประกอบด้วยส่วนลด 2 ประเภทที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่

ส่วนลดประวัติดี (Good History Discount): รางวัลสำหรับความระมัดระวัง

ส่วนลดนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ “ส่วนลดประวัติไม่มีเคลม” (No Claim Bonus) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันมานาน โดยจะมอบส่วนลดให้กับผู้เอาประกันที่ไม่มีประวัติการเคลมโดยเป็นฝ่ายผิดในปีที่ผ่านมา หลักการของส่วนลดนี้คือการให้รางวัลแก่ผู้ขับขี่ที่มีความระมัดระวังและไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ภายใต้กฎเกณฑ์ใหม่นี้ ผู้เอาประกันสามารถสะสมส่วนลดประวัติดีได้สูงสุดถึง 40% ซึ่งอัตราส่วนลดจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นในแต่ละปีที่ไม่มีการเคลม

ส่วนลดพฤติกรรมการขับขี่ดี (Good Driver Discount): นวัตกรรมใหม่แห่งปี 2569

นี่คือส่วนลดประเภทใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยอย่างเป็นรูปธรรม ส่วนลดนี้จะมอบให้กับผู้ขับขี่ที่ถูกระบุชื่อในกรมธรรม์และมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดี โดยพิจารณาจากการไม่มีประวัติการเคลมที่เป็นฝ่ายผิดเช่นกัน ผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อสามารถได้รับส่วนลดในส่วนนี้สูงสุดถึง 40% ซึ่งเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ผู้ขับขี่ใส่ใจในความปลอดภัยมากขึ้น เพราะพฤติกรรมที่ดีจะสะท้อนกลับมาเป็นค่าเบี้ยประกันที่ถูกลงอย่างชัดเจน

ส่วนลดรวมสูงสุด 80%: คำนวณอย่างไร?

ความน่าสนใจของระบบใหม่คือการนำส่วนลดทั้งสองประเภทมารวมกัน ทำให้ผู้เอาประกันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถได้รับส่วนลดเบี้ยประกันสูงสุดถึง 80% การคำนวณส่วนลดจะคิดเป็นลำดับขั้น ไม่ใช่การนำเปอร์เซ็นต์มารวมกันโดยตรง เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองดูตัวอย่างต่อไปนี้:

สมมติว่าเบี้ยประกันชั้น 1 ราคาเต็มอยู่ที่ 20,000 บาท และผู้เอาประกันขับรถดีติดต่อกันเป็นเวลา 4 ปี จนได้รับส่วนลดทั้งสองประเภทในอัตราสูงสุดคือ 40%

  1. คำนวณส่วนลดประวัติดี (40%):
    ส่วนลด = 20,000 x 40% = 8,000 บาท
    เบี้ยประกันหลังหักส่วนลดประวัติดี = 20,000 – 8,000 = 12,000 บาท
  2. คำนวณส่วนลดพฤติกรรมการขับขี่ดี (40%) จากยอดที่เหลือ:
    ส่วนลด = 12,000 x 40% = 4,800 บาท
    เบี้ยประกันสุทธิที่ต้องจ่าย = 12,000 – 4,800 = 7,200 บาท

จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า จากเบี้ยประกันเริ่มต้น 20,000 บาท หากผู้ขับขี่มีประวัติที่ดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง ค่าเบี้ยประกันจะลดลงเหลือเพียง 7,200 บาท ซึ่งเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าครึ่งเลยทีเดียว

การจัดระดับพฤติกรรมการขับขี่: ยิ่งขับดี ยิ่งลดเยอะ

เพื่อให้การให้ส่วนลดเป็นไปอย่างมีระบบและโปร่งใส กรมธรรม์ใหม่ได้กำหนดระบบการจัดระดับพฤติกรรมการขับขี่ (Driver Level) สำหรับผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อในกรมธรรม์ โดยแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับจะได้รับอัตราส่วนลดที่แตกต่างกันไป ผู้ขับขี่จะเริ่มต้นที่ระดับ 1 ในปีแรก และจะได้รับการเลื่อนระดับขึ้นปีละ 1 ขั้น หากไม่มีการเคลมที่เป็นฝ่ายผิดตลอดระยะเวลา 12 เดือน

ตารางแสดงระดับพฤติกรรมการขับขี่และอัตราส่วนลดที่ได้รับในแต่ละระดับ
ระดับ ส่วนลดประวัติดี ส่วนลดพฤติกรรมการขับขี่ดี
ระดับ 1 (ปีแรก) 0% 0%
ระดับ 2 (หลังครบ 12 เดือน) 10% 10%
ระดับ 3 (หลังครบ 24 เดือน) 20% 20%
ระดับ 4 (หลังครบ 36 เดือน) 30% 30%
ระดับ 5 (หลังครบ 48 เดือน) 40% 40%

ระบบการจัดระดับนี้สร้างความชัดเจนและเป็นธรรม ผู้ขับขี่สามารถเห็นเส้นทางการเติบโตของส่วนลดได้อย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งขับขี่อย่างปลอดภัยยาวนานเท่าไร ก็จะยิ่งไต่ระดับสูงขึ้นและได้รับส่วนลดเบี้ยประกันมากขึ้นเป็นรางวัลตอบแทน

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการระบุชื่อผู้ขับขี่ในกรมธรรม์

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นเรื่องใหม่ จึงมีการกำหนดช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ถึง 17 พฤศจิกายน 2569 เพื่อให้ผู้เอาประกันได้ปรับตัว ในช่วงเวลานี้ เจ้าของรถจะมีทางเลือก 2 ทางในการทำประกัน คือ การระบุชื่อผู้ขับขี่ หรือ ไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกัน

กรณีระบุชื่อผู้ขับขี่

การเลือกทำประกันแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ (สามารถระบุได้ตั้งแต่ 1 ถึง 5 คน) จะทำให้ผู้เอาประกันจ่ายค่าเบี้ยในอัตราปกติ และที่สำคัญคือจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมระบบส่วนลดพฤติกรรมการขับขี่ดี (Good Driver Discount) ซึ่งเป็นโอกาสในการประหยัดค่าเบี้ยได้สูงสุดตามที่กล่าวไปข้างต้น

เหมาะสำหรับ: รถยนต์ที่มีผู้ขับขี่หลักเป็นประจำและแน่นอน เช่น รถยนต์ส่วนตัวที่ใช้งานคนเดียว, รถยนต์ในครอบครัวที่มีผู้ขับเพียง 2-3 คน การระบุชื่อจะช่วยให้ประหยัดค่าเบี้ยได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หากผู้ขับขี่เหล่านั้นมีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดี

กรณีไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่

สำหรับผู้ที่เลือกทำประกันแบบไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ จะต้องจ่ายเบี้ยประกันสูงกว่าปกติ 5% แต่ข้อดีคือให้ความยืดหยุ่นสูง ใครก็ตามที่มีใบอนุญาตขับขี่สามารถนำรถไปใช้และยังคงได้รับความคุ้มครองตามปกติ อย่างไรก็ตาม การเลือกแบบไม่ระบุชื่อจะทำให้ไม่ได้รับสิทธิ์ในส่วนลดพฤติกรรมการขับขี่ดี (Good Driver Discount)

เหมาะสำหรับ: รถยนต์ที่มีผู้ใช้งานหลายคนและไม่แน่นอน เช่น รถยนต์ของบริษัทที่พนักงานหลายคนสลับกันใช้ หรือรถยนต์ส่วนกลางของครอบครัวใหญ่ที่สมาชิกหลายคนอาจต้องนำไปใช้ในโอกาสต่างๆ การจ่ายเบี้ยเพิ่มเล็กน้อยเพื่อแลกกับความยืดหยุ่นและความคุ้มครองที่ครอบคลุมทุกคนอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

การตัดสินใจเลือกระหว่างการระบุชื่อและไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ควรพิจารณาจากลักษณะการใช้งานรถยนต์เป็นหลัก เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมและเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุด

สรุปและเตรียมความพร้อมก่อนต่อประกันชั้น 1

การเปลี่ยนแปลงของ ประกันชั้น 1 ปี 2569 นับเป็นก้าวสำคัญของวงการประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทย ที่มุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยและให้ผลตอบแทนที่เป็นธรรมแก่ผู้ขับขี่ที่ดี การปรับเพิ่มวงเงินความคุ้มครองบุคคลภายนอกเป็น 20 ล้านบาท ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ขณะที่ระบบส่วนลดแบบใหม่ที่รวมส่วนลดประวัติดีและส่วนลดพฤติกรรมการขับขี่ดีเข้าด้วยกัน ก็เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถประหยัดค่าเบี้ยประกันได้มากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

ก่อนตัดสินใจต่ออายุประกันในปี 2569 เจ้าของรถควรประเมินลักษณะการใช้งานรถของตนเองอย่างละเอียด เพื่อเลือกว่าจะระบุชื่อผู้ขับขี่หรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบประวัติการขับขี่ของตนเองและผู้ที่อาจต้องระบุชื่อ เพื่อคาดการณ์ส่วนลดที่จะได้รับ การทำความเข้าใจในกฎเกณฑ์ใหม่ๆ เหล่านี้ จะช่วยให้สามารถวางแผนทางการเงินและเลือกกรมธรรม์ที่ตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างดีที่สุด

การดูแลรักษารถยนต์: อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญควบคู่ประกันภัย

นอกเหนือจากการมีประกันภัยรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองอย่างครอบคลุมแล้ว การดูแลรักษาสภาพรถยนต์ให้สมบูรณ์และสวยงามอยู่เสมอก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะรถที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีไม่เพียงแต่จะสร้างความภาคภูมิใจให้เจ้าของ แต่ยังช่วยรักษามูลค่าของรถในระยะยาว และยังอาจส่งผลต่อความปลอดภัยในการขับขี่อีกด้วย

สำหรับผู้ที่พำนักอาศัยในจังหวัดขอนแก่นและกำลังมองหาศูนย์บริการดูแลรักษารถยนต์ครบวงจรระดับมืออาชีพ HYPERLAB CAR DETAILLING คือคำตอบ ที่นี่ให้บริการด้านการดูแลรถยนต์อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นบริการล้าง ขัด เคลือบสี ไปจนถึงการซ่อมแซมสีและตัวถัง ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เพื่อให้รถของคุณกลับมาสวยงามเหมือนใหม่อยู่เสมอ

HYPERLAB CAR DETAILLING ตั้งอยู่ที่ 612 หมู่ 3 ถนนโนนม่วง ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–18.00 น.
เบอร์ติดต่อ: 066-156-9878

มอบการดูแลที่ดีที่สุดให้กับรถยนต์ของคุณ ควบคู่ไปกับการเลือกประกันภัยที่คุ้มค่า เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับบริการดูแลรถยนต์ได้ทันที

Similar Posts