เช็กแต้มใบขับขี่ 2569: โดนตัดคะแนนต้องทำอย่างไร?
ระบบตัดแต้มใบขับขี่เป็นมาตรการสำคัญที่ผู้ขับขี่ทุกคนต้องให้ความสนใจ การทราบวิธี เช็กแต้มใบขับขี่ 2569: โดนตัดคะแนนต้องทำอย่างไร? จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาสิทธิ์ในการขับขี่และส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน บทความนี้จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับระบบตัดคะแนน ช่องทางการตรวจสอบ และแนวทางปฏิบัติเมื่อถูกตัดคะแนน
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- ผู้ขับขี่ทุกคนมีคะแนนความประพฤติเริ่มต้น 12 คะแนน และจะถูกตัดเมื่อกระทำผิดกฎจราจร
- สามารถตรวจสอบคะแนนใบขับขี่ออนไลน์ได้ 3 ช่องทางหลัก คือ เว็บไซต์ PTM, แอปพลิเคชัน KhubDee และแอปพลิเคชัน เป๋าตัง
- การกระทำผิดจะถูกตัดคะแนนตั้งแต่ 1-4 คะแนน ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของข้อหา
- หากคะแนนความประพฤติเหลือ 0 คะแนน จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่เป็นเวลา 90 วัน
- สามารถขอคืนคะแนนได้โดยการเข้ารับการอบรมตามเงื่อนไขที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนด
การบังคับใช้กฎหมายจราจรผ่านระบบตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 จนถึงปัจจุบัน เพื่อให้ผู้ขับขี่ตระหนักถึงความสำคัญของวินัยจราจร ดังนั้น การเรียนรู้ขั้นตอนการ เช็กแต้มใบขับขี่ 2569: โดนตัดคะแนนต้องทำอย่างไร? จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือในการกำกับดูแลพฤติกรรมการขับขี่ โดยผู้ถือใบอนุญาตขับขี่ทุกคนจะได้รับคะแนนเริ่มต้น 12 คะแนนเท่ากัน และจะถูกหักคะแนนเมื่อมีการกระทำผิดกฎจราจรตามที่กำหนดไว้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิ์ในการขับขี่ยานพาหนะหากคะแนนถูกตัดจนหมด
ทำความเข้าใจระบบตัดแต้มใบขับขี่
ระบบตัดแต้มใบขับขี่เป็นมาตรการทางกฎหมายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้นำมาปรับใช้เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดอุบัติเหตุและสร้างจิตสำนึกในการขับขี่อย่างรับผิดชอบแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ระบบนี้ทำงานโดยเชื่อมโยงฐานข้อมูลใบสั่งจราจรออนไลน์ (Police Ticket Management – PTM) ทำให้การบันทึกประวัติการกระทำผิดและการตัดคะแนนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นระบบ
หลักการพื้นฐานและคะแนนเริ่มต้น 12 คะแนน
หลักการสำคัญของระบบนี้คือ ผู้ที่มีใบอนุญาตขับขี่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นประเภทส่วนบุคคลหรือสาธารณะ จะได้รับ “คะแนนความประพฤติในการขับรถ” เริ่มต้นจำนวน 12 คะแนนเต็มเท่ากัน คะแนนนี้เปรียบเสมือนเครื่องชี้วัดวินัยในการขับขี่ หากผู้ขับขี่ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด คะแนนก็จะคงอยู่เต็ม แต่หากมีการกระทำผิดและได้รับใบสั่งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร คะแนนจะถูกตัดออกไปตามระดับความรุนแรงของความผิดนั้นๆ
การตัดคะแนนจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อมีการบันทึกการกระทำผิดลงในระบบฐานข้อมูล PTM ซึ่งหมายความว่าทุกครั้งที่ผู้ขับขี่ถูกออกใบสั่งในข้อหาที่อยู่ในเกณฑ์การตัดคะแนน คะแนนจะลดลงทันที ทำให้ผู้ขับขี่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนมากยิ่งขึ้น
วัตถุประสงค์เพื่อสร้างวินัยจราจรและความปลอดภัย
วัตถุประสงค์หลักของการนำระบบตัดแต้มมาใช้ ไม่ใช่การมุ่งเน้นเพื่อลงโทษเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างแรงจูงใจเชิงป้องกันให้ผู้ขับขี่เคารพกฎจราจรมากขึ้น โดยมีเป้าหมายดังนี้:
- ลดพฤติกรรมเสี่ยง: การมีระบบตัดคะแนนทำให้ผู้ขับขี่ตระหนักว่าการกระทำผิดเล็กๆ น้อยๆ ซ้ำๆ กัน อาจนำไปสู่ผลกระทบที่รุนแรงได้ เช่น การถูกพักใช้ใบขับขี่ ซึ่งจะช่วยลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การขับรถเร็วเกินกำหนด, การไม่สวมหมวกนิรภัย หรือการใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ
- ส่งเสริมการขับขี่อย่างรับผิดชอบ: ระบบนี้กระตุ้นให้ผู้ขับขี่ใส่ใจต่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมทางคนอื่นๆ มากขึ้น เนื่องจากทุกการกระทำผิดจะถูกบันทึกและส่งผลต่อคะแนนความประพฤติ
- เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย: การใช้ฐานข้อมูลดิจิทัลทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ และสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
หากคะแนนความประพฤติถูกตัดจนเหลือ 0 คะแนน ผู้ขับขี่จะถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ทุกชนิดเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย
ช่องทางการเช็กแต้มใบขับขี่ 2569 อัปเดตล่าสุด
เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามคะแนนความประพฤติของตนเองได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พัฒนาช่องทางออนไลน์หลายช่องทางให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย การตรวจสอบคะแนนเป็นประจำจะช่วยให้ผู้ขับขี่ทราบสถานะปัจจุบันของตนเองและวางแผนพฤติกรรมการขับขี่ได้อย่างเหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกพักใช้ใบขับขี่
ผ่านเว็บไซต์ Police Ticket Management (PTM)
เว็บไซต์ PTM ถือเป็นช่องทางหลักและเป็นทางการที่สุดในการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับใบสั่งและคะแนนใบขับขี่ เนื่องจากเป็นฐานข้อมูลกลางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้บันทึกข้อมูลการกระทำผิด
- เข้าสู่เว็บไซต์ ptm.police.go.th/eTicket
- เลือกเมนู “ตรวจสอบคะแนน” ที่ปรากฏบนหน้าจอ
- กรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อยืนยันตัวตน ได้แก่ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือหมายเลขหนังสือเดินทาง (สำหรับชาวต่างชาติ)
- กรอกรหัสยืนยัน (Captcha) ที่แสดงบนหน้าจอให้ถูกต้อง
- คลิกที่ปุ่ม “ค้นหา” เพื่อดำเนินการตรวจสอบ
หลังจากนั้น ระบบจะแสดงข้อมูลคะแนนความประพฤติปัจจุบัน, สถานะของใบอนุญาตขับขี่, รวมถึงประวัติการกระทำผิดกฎจราจรและใบสั่งที่เคยได้รับย้อนหลัง
ผ่านแอปพลิเคชัน KhubDee (ขับดี)
แอปพลิเคชัน “ขับดี” เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนโดยเฉพาะ สามารถใช้งานได้ทั้งบนระบบปฏิบัติการ iOS และ Android โดยมีฟังก์ชันที่ครอบคลุมมากกว่าการตรวจสอบคะแนน
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “KhubDee” จาก App Store หรือ Google Play Store
- ทำการลงทะเบียนผู้ใช้งานใหม่โดยใช้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก และข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ ตามที่ระบบกำหนด
- ระบบจะส่งรหัส OTP ไปยังหมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนไว้เพื่อยืนยันตัวตน
- เมื่อเข้าสู่ระบบสำเร็จ ให้เลือกเมนู “ตรวจสอบคะแนน”
จุดเด่นของแอปพลิเคชัน KhubDee คือ นอกจากจะสามารถตรวจสอบคะแนนได้แล้ว ยังสามารถตรวจสอบใบสั่งย้อนหลังได้สูงสุด 1 ปี และมีฟังก์ชันสำหรับชำระค่าปรับผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที ทำให้เป็นแอปพลิเคชันที่ครบวงจรสำหรับผู้ขับขี่
ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง
สำหรับผู้ที่ใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” อยู่เป็นประจำ สามารถใช้แอปพลิเคชันนี้ในการตรวจสอบคะแนนใบขับขี่ได้เช่นกัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สะดวกและเข้าถึงง่าย
- เปิดแอปพลิเคชัน เป๋าตัง และเข้าสู่ระบบ
- ไปที่เมนู “บริการอื่นๆ” และเลือก “บริการภาครัฐ” หรือ “บริการรัฐ”
- เลือกหัวข้อ “ตรวจสอบคะแนนใบขับขี่”
- ยืนยันตัวตนอีกครั้งด้วยรหัส PIN 6 หลัก หรือการสแกนลายนิ้วมือ/ใบหน้า (Biometric)
ระบบจะดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาแสดงผลให้ทราบทันที ทำให้การตรวจสอบคะแนนเป็นเรื่องง่ายและทำได้ทุกที่ทุกเวลา
เกณฑ์การตัดคะแนนความประพฤติในการขับรถ
เกณฑ์การตัดคะแนนความประพฤติถูกแบ่งออกเป็น 4 ระดับตามความรุนแรงของการกระทำผิด ซึ่งมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ โดยคะแนนที่ถูกตัดจะแตกต่างกันไปตั้งแต่ 1 ถึง 4 คะแนน การทำความเข้าใจเกณฑ์เหล่านี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจนำไปสู่การถูกตัดคะแนนได้
| ระดับคะแนนที่ถูกตัด | ตัวอย่างการกระทำผิด |
|---|---|
| ตัด 1 คะแนน | ขับรถเร็วเกินกำหนด, ไม่สวมหมวกนิรภัย, ไม่รัดเข็มขัดนิรภัย, ใช้โทรศัพท์ขณะขับรถ, ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลาย, ขับรถบนทางเท้า |
| ตัด 2 คะแนน | ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (ฝ่าไฟแดง), ขับรถย้อนศร, ขับรถระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบขับขี่, ขับรถโดยประมาทน่าหวาดเสียว |
| ตัด 3 คะแนน | ขับรถในขณะหย่อนความสามารถ (เช่น ป่วย), ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น, ชนแล้วหนี (ไม่มีผู้บาดเจ็บ) |
| ตัด 4 คะแนน | ขับรถขณะเมาสุราหรือเสพสารเสพติด, แข่งรถในทางสาธารณะ, ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต |
กลุ่มความผิดที่ถูกตัด 1 คะแนน
เป็นกลุ่มความผิดพื้นฐานที่พบได้บ่อยและมักเกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้ขับขี่ แม้จะดูเป็นความผิดเล็กน้อย แต่หากทำซ้ำหลายครั้งก็อาจส่งผลให้คะแนนลดลงอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น:
- การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ: เป็นการกระทำที่ลดสมาธิในการควบคุมรถอย่างมาก
- ไม่สวมหมวกนิรภัยหรือไม่รัดเข็มขัดนิรภัย: เพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด: เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
- ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย: แสดงถึงการขาดความใส่ใจต่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทางเท้า
กลุ่มความผิดที่ถูกตัด 2 คะแนน
เป็นกลุ่มความผิดที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นอย่างชัดเจน เช่น:
- การฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร: เป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุชนบริเวณทางแยกอย่างรุนแรง
- การขับรถย้อนศร: เป็นการสร้างสถานการณ์อันตรายอย่างยิ่ง อาจทำให้เกิดการชนประสานงาได้
- การขับรถระหว่างถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบขับขี่: เป็นการจงใจฝ่าฝืนคำสั่งทางกฎหมาย
กลุ่มความผิดร้ายแรงที่ถูกตัด 3-4 คะแนน
กลุ่มนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรงที่สุดซึ่งมีโทษทางอาญาร่วมด้วย และสะท้อนถึงการขาดความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างสูง การกระทำผิดในกลุ่มนี้จะถูกตัดคะแนนในอัตราที่สูงที่สุด เช่น:
- ขับรถขณะเมาสุรา (ตัด 4 คะแนน): เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตบนท้องถนน
- ขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต (ตัด 4 คะแนน): เป็นผลจากการขับขี่ที่ขาดความระมัดระวังอย่างร้ายแรง
- แข่งรถในทางสาธารณะ (ตัด 4 คะแนน): สร้างความเดือดร้อนและอันตรายต่อประชาชนทั่วไป
กรณีพิเศษ: การค้างชำระค่าปรับ
นอกเหนือจากการตัดคะแนนตามข้อหาแล้ว หากผู้ขับขี่ได้รับใบสั่งและไม่ดำเนินการชำระค่าปรับตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จะถูกตัดคะแนนความประพฤติเพิ่มอีก 1 คะแนน โดยไม่เกี่ยวข้องกับข้อหาเดิม ซึ่งถือเป็นการลงโทษเพิ่มเติมสำหรับการละเลยหน้าที่ในการชำระค่าปรับ
เมื่อถูกตัดคะแนนต้องทำอย่างไร: แนวทางปฏิบัติ
เมื่อผู้ขับขี่ทราบว่าตนเองอาจกระทำผิดกฎจราจรหรือสงสัยว่าถูกตัดคะแนนไปแล้ว ควรดำเนินการตรวจสอบและปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องเพื่อรักษาสิทธิ์และป้องกันไม่ให้คะแนนลดลงจนถึงขั้นถูกพักใช้ใบขับขี่
การตรวจสอบคะแนนและชำระค่าปรับ
ขั้นตอนแรกที่ควรทำคือการตรวจสอบคะแนนของตนเองผ่านช่องทางออนไลน์ที่กล่าวมาข้างต้น (เว็บไซต์ PTM, แอป KhubDee, หรือแอปเป๋าตัง) เพื่อยืนยันสถานะคะแนนปัจจุบันและตรวจสอบประวัติการกระทำผิด หากพบว่ามีใบสั่งที่ยังไม่ได้ชำระค่าปรับ ควรดำเนินการชำระให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตัดคะแนนเพิ่มจากการค้างชำระค่าปรับ การชำระค่าปรับสามารถทำได้ผ่านช่องทางออนไลน์ในแอปพลิเคชัน KhubDee หรือตามช่องทางอื่นๆ ที่ระบุไว้ในใบสั่ง
การขอคืนคะแนนผ่านการอบรม
สำหรับผู้ขับขี่ที่ถูกตัดคะแนนไปแล้วและต้องการได้รับคะแนนคืน สามารถทำได้โดยการเข้ารับการอบรมกับกรมการขนส่งทางบก ซึ่งมีเงื่อนไขดังนี้:
- การอบรมเพื่อขอคืนคะแนน: ผู้ขับขี่สามารถเข้ารับการอบรมได้ปีละ 2 ครั้ง ตามหลักสูตรที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมการขนส่งทางบกกำหนด
- การคืนคะแนน: เมื่อผ่านการอบรมและทดสอบตามเกณฑ์แล้ว คะแนนจะถูกปรับเพิ่มคืนในระบบ ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ผ่านช่องทางออนไลน์เช่นเดิม โดยการอบรมแต่ละครั้งอาจได้รับคะแนนคืนแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลักสูตร
- การคืนคะแนนโดยอัตโนมัติ: คะแนนที่ถูกตัดไปจะได้รับคืนโดยอัตโนมัติเมื่อครบกำหนด 1 ปี นับจากวันที่กระทำผิด โดยจะได้รับคืนตามจำนวนคะแนนที่ถูกตัดไปในครั้งนั้นๆ
เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการยื่นขออบรมโดยทั่วไปประกอบด้วย สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาใบอนุญาตขับขี่, และใบรับรองผลการผ่านการอบรม (หากมี) เพื่อยื่นต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
หากคะแนนเหลือ 0 แต้ม จะเกิดอะไรขึ้น?
ผลลัพธ์ที่รุนแรงที่สุดของระบบตัดแต้มคือการที่คะแนนความประพฤติถูกตัดจนหมดเหลือ 0 คะแนน ซึ่งจะนำไปสู่มาตรการบังคับทางกฎหมายที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ขับขี่
การถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ 90 วัน
เมื่อระบบบันทึกว่าคะแนนของผู้ขับขี่เป็น 0 จะมีการออกคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ทุกชนิดที่บุคคลนั้นถือครองเป็นเวลา 90 วัน ซึ่งหมายความว่าในช่วงเวลาดังกล่าว ผู้ขับขี่จะไม่สามารถขับขี่ยานพาหนะใดๆ ได้อย่างถูกกฎหมาย หากฝ่าฝืนขับรถในช่วงที่ถูกพักใช้ใบขับขี่ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามที่กฎหมายกำหนด
เงื่อนไขหลังพ้นกำหนดการพักใช้ใบขับขี่
หลังจากพ้นกำหนดการพักใช้ใบขับขี่ 90 วันแล้ว ผู้ขับขี่จะได้รับคะแนนคืนมาเพียง 8 คะแนน (จากเดิม 12 คะแนน) เพื่อให้สามารถกลับมาขับรถได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากภายใน 1 ปีหลังจากได้รับคะแนนคืนแล้วมีการกระทำผิดจนถูกตัดคะแนนเหลือ 0 อีกเป็นครั้งที่สอง จะถูกพักใช้ใบขับขี่เป็นเวลา 1 ปี และหากเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สาม อาจถูกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ในที่สุด
บทสรุป: การขับขี่อย่างมีวินัยและความสำคัญของการดูแลรักษารถยนต์
การ เช็กแต้มใบขับขี่ 2569 และทำความเข้าใจแนวทางปฏิบัติเมื่อถูกตัดคะแนน เป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ขับขี่ทุกคน ระบบตัดแต้มนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการลงโทษ แต่มีเป้าหมายเพื่อสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยและมีวินัย การตรวจสอบคะแนนอย่างสม่ำเสมอ การปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และการเข้ารับการอบรมเมื่อจำเป็น คือหัวใจสำคัญในการรักษาสิทธิ์ในการขับขี่และลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
นอกเหนือจากวินัยในการขับขี่แล้ว สภาพของรถยนต์ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความปลอดภัย การดูแลรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เสมอ ทั้งระบบเบรก ยาง และไฟส่องสว่าง จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และยังสะท้อนถึงความใส่ใจของผู้ขับขี่อีกด้วย การดูแลรักษาสีรถให้เงางามและสะอาดอยู่เสมอก็ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยที่ดี โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลรักษารถยนต์ให้ดูดีและพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ที่ HYPERLAB CAR DETAILLING ในจังหวัดขอนแก่น มีบริการดูแลรักษารถยนต์ครบวงจร ตั้งแต่การล้าง ขัด เคลือบสี ไปจนถึงการซ่อมแซมสี เพื่อให้รถยนต์ของท่านสวยงามและปลอดภัยในทุกการเดินทาง
ที่อยู่: 612 ม.3 ถ.โนนม่วง ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: เปิดให้บริการทุกวัน 09.00–18.00 น.
เบอร์โทรศัพท์: 066-156-9878
ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม