ev insurance rates 2026 comparison featured

ประกัน EV 2569: เบี้ยใหม่แพงขึ้นจริงหรือ? เทียบก่อนซื้อ

สารบัญ

บทความนี้จะวิเคราะห์แนวโน้มและรายละเอียดของประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปี 2569 เพื่อตอบคำถามสำคัญที่ว่าเบี้ยประกันจะปรับตัวสูงขึ้นจริงหรือไม่ พร้อมทั้งนำเสนอข้อมูลเชิงลึกสำหรับการเปรียบเทียบความคุ้มครอง เพื่อให้เจ้าของรถ EV สามารถตัดสินใจเลือกแผนประกันที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ

  • เบี้ยประกัน EV ปี 2569 ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้นทุกกรณี แต่จะผันแปรตามความเสี่ยงของผู้ขับขี่เป็นหลักตามเกณฑ์ใหม่
  • เกณฑ์ใหม่จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เน้นการระบุชื่อผู้ขับขี่ (Driver-based) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการคำนวณค่าเบี้ย
  • ความคุ้มครองแบตเตอรี่และอุปกรณ์ชาร์จจะมีความชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้งาน
  • การเปรียบเทียบข้อเสนอจากบริษัทประกันหลายแห่งยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการค้นหาเบี้ยประกันที่คุ้มค่าที่สุด
  • ประวัติการขับขี่ที่ดีจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัย

ภาพรวมเบี้ยประกัน EV ปี 2569: สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

ประกัน EV 2569: เบี้ยใหม่แพงขึ้นจริงหรือ? เทียบก่อนซื้อ - ev-insurance-rates-2026-comparison

สำหรับคำถามที่ว่า ประกัน EV 2569: เบี้ยใหม่แพงขึ้นจริงหรือ? เทียบก่อนซื้อ นั้น คำตอบคือเบี้ยประกันไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างถ้วนหน้า แต่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณที่ซับซ้อนขึ้น โดยอิงจากปัจจัยความเสี่ยงรายบุคคลมากขึ้น แทนที่จะเป็นการกำหนดเบี้ยตามรุ่นรถยนต์เพียงอย่างเดียวเหมือนในอดีต แนวโน้มนี้เกิดจากจำนวนรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้บริษัทประกันภัยมีข้อมูลสถิติเพียงพอที่จะวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้คือต้นทุนการซ่อมที่ยังคงสูงอยู่ โดยเฉพาะค่าซ่อมแบตเตอรี่ซึ่งเป็นหัวใจของรถ EV ซึ่งอาจมีราคาสูงถึง 50-70% ของราคารถทั้งคัน ด้วยเหตุนี้ บริษัทประกันจึงต้องปรับกลยุทธ์การรับประกันให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่แท้จริง เพื่อให้สามารถมอบความคุ้มครองที่ยั่งยืนแก่ผู้เอาประกันได้ในระยะยาว

เกณฑ์ใหม่จาก คปภ. ที่ผู้ใช้รถ EV ต้องรู้

ในปี 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้กำหนดแนวทางและหลักเกณฑ์ใหม่สำหรับประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างมาตรฐานที่ชัดเจนและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย โดยมีสาระสำคัญที่เจ้าของรถ EV ทุกคนควรทราบดังนี้

การประเมินความเสี่ยงจากผู้ขับขี่ (Driver-based)

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือการนำระบบการประเมินความเสี่ยงตามผู้ขับขี่ (Driver-based) มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ จากเดิมที่เบี้ยประกันอาจคำนวณจากรุ่นรถและทุนประกันเป็นหลัก เกณฑ์ใหม่กำหนดให้ผู้เอาประกันต้องระบุชื่อผู้ขับขี่หลักในกรมธรรม์ได้สูงสุด 5 คน บริษัทประกันจะนำข้อมูลประวัติการขับขี่และพฤติกรรมของทุกคนมาใช้ในการคำนวณเบี้ยประกัน

ผู้ขับขี่ที่มีประวัติการขับขี่ดี ไม่เคยเคลม หรือมีประวัติเคลมน้อย จะมีโอกาสได้รับเบี้ยประกันในอัตราที่ถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ ในทางกลับกัน หากผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อไว้มีประวัติความเสี่ยงสูง เบี้ยประกันก็จะปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ระบบนี้ส่งเสริมให้เกิดความรับผิดชอบในการขับขี่และสร้างความเป็นธรรมมากขึ้น โดยผู้ขับขี่ที่ระมัดระวังจะไม่ต้องแบกรับภาระค่าเบี้ยประกันที่สูงเกินจริงจากค่าเฉลี่ยความเสี่ยงของตลาดโดยรวม

ความคุ้มครองแบตเตอรี่ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

แบตเตอรี่เป็นส่วนประกอบที่มีมูลค่าสูงที่สุดในรถยนต์ไฟฟ้า เกณฑ์ใหม่จึงกำหนดให้มีความคุ้มครองที่ชัดเจนและแยกออกจากส่วนอื่น ๆ โดยกรมธรรม์ประกันชั้น 1 สำหรับรถ EV จะต้องให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อแบตเตอรี่ที่เกิดจากอุบัติเหตุ ไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติ โดยจะชดใช้ค่าเสียหายเต็มจำนวนตามทุนประกัน (สูงสุด 100%) สำหรับรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี

ความชัดเจนนี้ช่วยลดความกังวลของเจ้าของรถ EV เกี่ยวกับภาระค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน และสร้างความมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว

ขยายความคุ้มครองถึงอุปกรณ์ชาร์จ (EV Charger)

อีกหนึ่งการพัฒนาที่สำคัญคือการขยายความคุ้มครองให้ครอบคลุมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการชาร์จไฟฟ้า ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้า โดยประกันภัยจะเริ่มให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ:

  • เครื่องชาร์จติดผนัง (Wallbox Charger) ที่ติดตั้งอยู่ที่บ้าน
  • สายชาร์จแบบพกพา (Portable Charger) ที่มาพร้อมกับตัวรถ
  • ความเสียหายต่อตัวรถ ที่มีสาเหตุมาจากความผิดปกติของเครื่องชาร์จ ทั้งที่บ้านและสถานีชาร์จสาธารณะ
  • ความรับผิดต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก อันเนื่องมาจากอุปกรณ์ชาร์จ

การขยายขอบเขตความคุ้มครองนี้ช่วยให้ผู้ใช้รถ EV อุ่นใจมากขึ้น ไม่ว่าจะชาร์จรถที่บ้านหรือนอกสถานที่ก็ตาม

ตารางเปรียบเทียบเบี้ยประกัน EV ชั้น 1 ล่าสุด (อัปเดต 2568-2569)

แม้ว่าเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคลมากขึ้น แต่ข้อมูลเบี้ยประกันเริ่มต้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมยังคงเป็นประโยชน์ในการประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยทั่วไปแล้ว เบี้ยประกัน EV จะสูงกว่ารถยนต์สันดาปในระดับราคาใกล้เคียงกัน เนื่องจากต้นทุนการซ่อมแซมและอะไหล่ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่ยังคงมีราคาสูง อย่างไรก็ตาม ส่วนลดจากประวัติการขับขี่ที่ดีสามารถช่วยลดภาระส่วนนี้ลงได้มาก

ตารางแสดงเบี้ยประกันรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ชั้น 1 เริ่มต้นโดยประมาณสำหรับปี 2568-2569 ข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่นและประวัติผู้ขับขี่
แบรนด์ / รุ่นรถยนต์ไฟฟ้า เบี้ยประกันเริ่มต้น (บาท) บริษัทประกัน / หมายเหตุ
Neta V 16,900 – 17,105 Viriyah, Sunday (กลุ่ม City Car เริ่มต้น)
BYD Dolphin 22,500 Sunday
ORA Good Cat 21,867 Sunday
MG EP / ZS EV / MG4 21,200 – 25,789 Sunday
BYD ATTO 3 / Seal 25,500 – 30,500 Sunday
Tesla Model 3 43,200 – 52,200 LMG, Sunday (กลุ่ม Premium)
Tesla Model Y 43,200 – 47,700 LMG, Sunday (กลุ่ม Premium)
Viriyah (ภาพรวม) 16,900 – 28,400 ขึ้นอยู่กับรุ่นรถและทุนประกัน

วิเคราะห์เบี้ยประกันตามกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า

จากข้อมูลในตาราง สามารถแบ่งกลุ่มเบี้ยประกันตามประเภทของรถยนต์ไฟฟ้าได้ดังนี้:

กลุ่ม City Car (Neta V)

รถยนต์ในกลุ่มนี้มีเบี้ยประกันที่เข้าถึงง่ายที่สุด โดยเริ่มต้นที่ประมาณ 16,000 – 20,000 บาทต่อปี เนื่องจากตัวรถมีราคาไม่สูงและค่าอะไหล่โดยรวมยังไม่แพงเท่ารุ่นอื่น ๆ ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เริ่มต้นใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า

กลุ่มรถยอดนิยม (BYD, ORA, MG)

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมในตลาดวงกว้าง เช่น BYD Dolphin, ATTO 3, ORA Good Cat และ MG รุ่นต่าง ๆ จะมีช่วงเบี้ยประกันอยู่ที่ประมาณ 20,000 – 42,000 บาทต่อปี ซึ่งเบี้ยจะแตกต่างกันไปตามรุ่นย่อย ทุนประกัน และเทคโนโลยีที่ติดตั้งมากับตัวรถ

กลุ่ม Premium (Tesla)

รถยนต์กลุ่มพรีเมียมอย่าง Tesla มีเบี้ยประกันที่สูงที่สุด โดยเริ่มต้นที่ประมาณ 45,000 บาท และอาจสูงถึง 62,000 บาทหรือมากกว่านั้น ปัจจัยหลักมาจากราคารถที่สูง เทคโนโลยีที่ซับซ้อน และค่าซ่อมรถ EV ที่มีราคาสูงมาก โดยเฉพาะชิ้นส่วนตัวถังและระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ทำให้บริษัทประกันต้องตั้งเบี้ยในระดับสูงเพื่อรองรับความเสี่ยง

เจาะลึกความคุ้มครองหลักของประกันชั้น 1 สำหรับรถ EV

ประกันชั้น 1 รถ EV ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมที่สุด คล้ายกับประกันชั้น 1 ของรถยนต์สันดาป แต่มีการเพิ่มเติมรายละเอียดความคุ้มครองที่เกี่ยวข้องกับลักษณะเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า

ความคุ้มครองพื้นฐานที่เทียบเท่ารถยนต์สันดาป

  • ความเสียหายต่อตัวรถยนต์: คุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุ ทั้งแบบมีคู่กรณีและไม่มีคู่กรณี
  • รถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ หรือเสียหายจากภัยธรรมชาติ: ชดเชยตามทุนประกันที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
  • ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก: คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก (วงเงินไม่จำกัดตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
  • ค่ารักษาพยาบาลและประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล: คุ้มครองผู้ขับขี่และผู้โดยสารภายในรถ วงเงินสูงสุดอาจถึง 500,000 บาทต่อคน
  • การประกันตัวผู้ขับขี่: ให้ความช่วยเหลือด้านหลักทรัพย์ในคดีอาญาที่เกิดจากอุบัติเหตุ วงเงินสูงสุดอาจถึง 2,000,000 บาทต่อครั้ง

ความคุ้มครองพิเศษสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ

  • ความคุ้มครองแบตเตอรี่: ดังที่กล่าวไปข้างต้น จะคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือเหตุอื่น ๆ ที่ระบุในกรมธรรม์ โดยให้ความคุ้มครองเต็มมูลค่าสำหรับรถใหม่อายุไม่เกิน 5 ปี
  • ความคุ้มครองอุปกรณ์ชาร์จ: ครอบคลุมทั้ง Wallbox และสายชาร์จพกพาจากความเสียหายที่เกิดขึ้น
  • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน: หลายบริษัทมีบริการพิเศษ เช่น บริการรถยกสไลด์ไปยังสถานีชาร์จที่ใกล้ที่สุดในกรณีที่แบตเตอรี่หมดระหว่างทาง

เคล็ดลับการเลือกซื้อและต่อประกันรถยนต์ไฟฟ้าให้คุ้มค่าที่สุดในปี 2569

การเตรียมตัวเพื่อ ต่อประกันรถยนต์ไฟฟ้า หรือซื้อประกันสำหรับรถคันใหม่ในปี 2569 ควรพิจารณามากกว่าแค่ราคาเบี้ยประกัน แต่ต้องมองถึงความคุ้มครองและบริการที่ได้รับด้วย

เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายบริษัทประกัน

นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการหาประกันที่คุ้มค่า การใช้แพลตฟอร์มเปรียบเทียบประกันออนไลน์ เช่น TQM, Heygoody หรือ Sunday จะช่วยให้เห็นภาพรวมของเบี้ยและความคุ้มครองจาก บริษัทประกันรถยนต์ไฟฟ้า ชั้นนำกว่า 10 แห่งได้ในเวลาอันรวดเร็ว ควรเปรียบเทียบรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น วงเงินความคุ้มครองในแต่ละหมวด ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) และเงื่อนไขพิเศษต่าง ๆ

ประวัติการขับขี่ที่ดีช่วยลดเบี้ยได้

ด้วยเกณฑ์ Driver-based ใหม่ ประวัติการขับขี่ที่ดีจะส่งผลโดยตรงต่อเบี้ยประกันที่ถูกลงอย่างมาก ก่อนต่อประกันควรตรวจสอบประวัติการเคลมของตนเองและผู้ขับขี่ที่ระบุชื่อไว้ หากเป็นผู้ขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่ำ ควรแจ้งข้อมูลนี้กับบริษัทประกันเพื่อขอรับส่วนลดประวัติดี ซึ่งอาจลดค่าเบี้ยลงได้ถึง 20-50%

พิจารณาโปรโมชั่นและบริการเสริม

นอกเหนือจากความคุ้มครองหลักแล้ว หลายบริษัทประกันยังเสนอโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้า เช่น การผ่อนชำระเบี้ยประกัน 0% นานสูงสุด 10 เดือน การมอบคูปองชาร์จไฟฟ้าฟรี หรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง บริการเสริมเหล่านี้อาจมีมูลค่ามากกว่าส่วนลดเบี้ยประกันเพียงเล็กน้อย จึงควรนำมาพิจารณาประกอบการตัดสินใจด้วย

สรุป: การเตรียมตัวสำหรับเบี้ยประกัน EV ในปี 2569

แนวโน้มของ ประกัน EV 2569 ไม่ได้น่ากังวลอย่างที่คิด แม้เบี้ยประกันสำหรับรถบางรุ่นอาจดูสูง แต่การเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบที่อิงตามความเสี่ยงของผู้ขับขี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ขับรถอย่างปลอดภัยและมีวินัยจราจร การปรับปรุงความคุ้มครองให้ครอบคลุมแบตเตอรี่และอุปกรณ์ชาร์จอย่างชัดเจนยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าของรถ EV มากขึ้น

หัวใจสำคัญของการเลือกประกันที่คุ้มค่าในปี 2569 คือการเตรียมข้อมูลให้พร้อม เปรียบเทียบข้อเสนออย่างละเอียด และรักษาประวัติการขับขี่ที่ดีอยู่เสมอ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุด

การดูแลรักษาสภาพรถยนต์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

นอกจากการมีประกันภัยที่ครอบคลุมแล้ว การดูแลรักษาสภาพรถยนต์ให้ดูดีและใหม่อยู่เสมอเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษา-มูลค่าของรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว ที่ HYPERLAB CAR DETAILLING ในจังหวัดขอนแก่น เรามีบริการดูแลรักษาสภาพรถยนต์ครบวงจร ตั้งแต่การล้างทำความสะอาด ขัดสี เคลือบแก้ว ไปจนถึงการซ่อมสีและตัวถัง เพื่อให้รถยนต์ไฟฟ้าของคุณสวยงามและพร้อมใช้งานในทุกสถานการณ์

บริการ: ล้าง ขัด เคลือบ ซ่อมสี รถยนต์
ที่อยู่: 612 ม.3 ถ.โนนม่วง ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 09.00–18.00 น.
เบอร์ติดต่อ: 066-156-9878
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการดูแลรักษารถยนต์ สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทาง LINE Official Account ได้ทันที

Similar Posts