BYD Seal U จ่อเข้าไทย 2026 สเปคชน CR-V ราคาเร้าใจ
- สรุปประเด็นสำคัญของ BYD Seal U
- การมาถึงของ SUV รุ่นใหม่ที่จะเปลี่ยนตลาด
- เจาะลึก BYD Seal U: นวัตกรรม SUV แห่งอนาคต
- สเปคคาดการณ์ BYD Seal U เวอร์ชั่นไทย
- การวางตำแหน่งทางการตลาด: เมื่อ Seal U ท้าทาย Honda CR-V
- ไทม์ไลน์เปิดตัวและราคาคาดการณ์ในประเทศไทย
- ไขข้อสงสัย: Seal U แตกต่างจากรถ BYD รุ่นอื่นอย่างไร
- บทสรุปและการเตรียมความพร้อมสำหรับเจ้าของรถยนต์คันใหม่
ตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ในประเทศไทยกำลังจะเกิดความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญอีกครั้ง เมื่อมีข่าวว่า BYD Seal U จ่อเข้าไทย 2026 สเปคชน CR-V ราคาเร้าใจ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณการแข่งขันที่ดุเดือดในกลุ่ม C-SUV โดย BYD Seal U เป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid (PHEV) ที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก จากการเปิดตัวในตลาดยุโรปด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น ทั้งด้านเทคโนโลยี สมรรถนะ และระยะทางการขับขี่ที่ไกลเป็นพิเศษ การมาถึงของโมเดลนี้จึงถูกคาดหมายว่าจะเข้ามาเป็นคู่แข่งโดยตรงกับเจ้าตลาดอย่าง Honda CR-V และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์พลังงานทางเลือกในไทย
สรุปประเด็นสำคัญของ BYD Seal U
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- กำหนดการเปิดตัว: BYD Seal U มีแผนจะเข้าสู่ตลาดประเทศไทยในช่วงต้นปี 2026 ในฐานะรถยนต์ SUV ขุมพลัง Plug-in Hybrid (PHEV)
- เทคโนโลยีขับเคลื่อน: ใช้เทคโนโลยี DM-i (Dual Motor-intelligent) ที่เน้นการขับขี่ด้วยไฟฟ้าเป็นหลัก ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงและมีอัตราเร่งที่น่าประทับใจ
- คู่แข่งโดยตรง: ถูกวางตำแหน่งให้เป็นคู่แข่งสำคัญของ Honda CR-V e:HEV และรถ SUV อื่นๆ ในระดับเดียวกัน โดยชูจุดเด่นด้านระยะทางรวมที่ไกลกว่า และทางเลือกการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน
- สมรรถนะที่โดดเด่น: รุ่นท็อป (AWD) ในตลาดยุโรปมีอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 5.9 วินาที และมีระยะทางวิ่งรวม (น้ำมัน+ไฟฟ้า) สูงสุดถึง 1,080 กิโลเมตร
- ราคาที่คาดการณ์: แม้ยังไม่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่า BYD จะใช้กลยุทธ์ด้านราคาที่สามารถแข่งขันได้ เพื่อดึงดูดผู้บริโภคและท้าทายผู้นำตลาดเดิม
การมาถึงของ SUV รุ่นใหม่ที่จะเปลี่ยนตลาด
การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในแต่ละครั้งมักสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้บริโภคเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นรถยนต์ในกลุ่ม SUV ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างสูงในประเทศไทย การมาถึงของ BYD Seal U ในปี 2026 จึงเป็นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการนำเสนอเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ก้าวล้ำในราคาที่เข้าถึงได้ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาพิจารณายานยนต์พลังงานทางเลือกมากขึ้น
ความสำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้อยู่ที่การนำเสนอทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์สำหรับครอบครัวที่ประหยัดพลังงาน แต่ยังกังวลเรื่องระยะทางของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หรือที่เรียกว่า “Range Anxiety” จะพบว่า Seal U เป็นคำตอบที่ลงตัว ด้วยความสามารถในการวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกลพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน และยังมีเครื่องยนต์ที่พร้อมทำงานเมื่อต้องเดินทางไกล การผสมผสานนี้ทำให้ Seal U เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ขับขี่ในเมืองและผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางข้ามจังหวัด
เจาะลึก BYD Seal U: นวัตกรรม SUV แห่งอนาคต
BYD Seal U ไม่ใช่เป็นเพียงรถ SUV ทั่วไป แต่เป็นผลผลิตจากความมุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์ของ BYD ที่ผสมผสานการออกแบบที่สวยงามเข้ากับเทคโนโลยีขับเคลื่อนอันทันสมัย เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
แนวคิดการออกแบบ Ocean Aesthetics
ตัวตนของ Seal U ได้รับการถ่ายทอดผ่านปรัชญาการออกแบบ “Ocean Aesthetics” เช่นเดียวกับ BYD Seal รุ่นซีดานที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เส้นสายของตัวรถมีความโค้งมน ลื่นไหล และดูสะอาดตา สะท้อนภาพลักษณ์ของคลื่นในมหาสมุทร การออกแบบด้านหน้าแบบไร้กระจังหน้า (Grille-less) ตามแบบฉบับรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมไฟหน้า LED รูปทรงเฉียบคม ทำให้ตัวรถดูทันสมัยและล้ำยุค
ชื่อรุ่น “Seal U” มีความหมายที่ชัดเจน โดย “U” ย่อมาจาก “Utility” ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่พร้อมตอบสนองทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมือง การเดินทางไกล หรือการบรรทุกสัมภาระ ด้วยรูปทรงตัวถังแบบ Two-box Crossover ที่ให้พื้นที่ภายในกว้างขวางและสะดวกสบาย
ขุมพลัง Plug-in Hybrid ด้วยเทคโนโลยี DM-i
หัวใจสำคัญของ BYD Seal U คือระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid ที่เรียกว่า DM-i (Dual Motor-intelligent) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ BYD พัฒนาขึ้นเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ระบบนี้ถูกออกแบบมาให้เน้นการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก โดยมีข้อมูลระบุว่ากว่า 90% ของเวลาการใช้งาน รถจะวิ่งในโหมดไฟฟ้า (EV Mode)
เครื่องยนต์สันดาปภายในจะทำหน้าที่หลักเป็นเครื่องปั่นไฟ (Generator) เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ และจะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนล้อโดยตรงในสถานการณ์ที่ต้องการกำลังสูง เช่น การเร่งแซงอย่างรวดเร็ว หรือการขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่เป็นเวลานาน การทำงานในลักษณะนี้ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานในจุดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเสมอ ส่งผลให้มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำอย่างน่าทึ่ง
เทคโนโลยี DM-i จึงเป็นการลบจุดด้อยของรถยนต์แบบเดิมๆ และรถยนต์ไฟฟ้าไปพร้อมกัน ผู้ขับขี่จะได้รับประสบการณ์ที่เงียบและนุ่มนวลเหมือนรถ EV ในการใช้งานปกติ แต่ก็ไร้ความกังวลเรื่องสถานีชาร์จเมื่อต้องเดินทางไกล
สเปคคาดการณ์ BYD Seal U เวอร์ชั่นไทย
แม้ว่าสเปคอย่างเป็นทางการสำหรับประเทศไทยจะยังไม่ถูกเปิดเผย แต่สามารถอ้างอิงข้อมูลจากรุ่นที่เปิดตัวในตลาดยุโรปและตลาดโลก เพื่อให้เห็นภาพรวมของสมรรถนะและคุณสมบัติต่างๆ ที่คาดว่าจะได้พบใน BYD Seal U จ่อเข้าไทย 2026 สเปคชน CR-V ราคาเร้าใจ ซึ่งคาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับความต้องการของตลาดในประเทศ
ตารางเปรียบเทียบสเปค BYD Seal U รุ่นย่อย
| คุณสมบัติ | รุ่น Boost/Comfort (FWD) | รุ่น Design (AWD) |
|---|---|---|
| ระบบส่งกำลัง | เครื่องยนต์ 1.5L + มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว (กำลังรวม 215 แรงม้า) | เครื่องยนต์ 1.5L Turbo + มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (กำลังรวม 319 แรงม้า) |
| ขนาดแบตเตอรี่ | 18.3 kWh หรือ 26.6 kWh | 18.3 kWh |
| ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้า (WLTP) | ประมาณ 80 – 125 กม. | ประมาณ 70 กม. |
| ระยะทางวิ่งรวม (น้ำมัน+ไฟฟ้า) | สูงสุดประมาณ 1,080 กม. | – |
| อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. | ประมาณ 8.9 วินาที | 5.9 วินาที |
| อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง (เฉลี่ย) | ประมาณ 6.4 ลิตร/100 กม. (15.6 กม./ลิตร) | – |
รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD): ความคุ้มค่าที่มาพร้อมสมรรถนะ
สำหรับรุ่นเริ่มต้นหรือรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) คาดว่าจะใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร แบบไม่มีเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมที่เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน จุดเด่นของรุ่นนี้คือขนาดแบตเตอรี่ที่มีให้เลือกถึง 2 ขนาด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระยะทางที่วิ่งได้ด้วยไฟฟ้าล้วน รุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ (26.6 kWh) สามารถวิ่งในโหมด EV ได้ไกลถึง 125 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งมากพอที่จะครอบคลุมการเดินทางไป-กลับที่ทำงานในแต่ละวันโดยไม่ต้องใช้น้ำมันเลย
รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD): พลังและความมั่นใจทุกเส้นทาง
ในขณะที่รุ่นท็อปขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) จะเป็นที่ถูกใจของผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและสมรรถนะ ด้วยการใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พ่วงเทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (หน้าและหลัง) ทำให้มีกำลังรวมสูงถึง 319 แรงม้า และสร้างอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 5.9 วินาที ซึ่งเทียบเท่ากับรถสปอร์ตหลายรุ่น นอกจากความแรงแล้ว ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อยังช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพอากาศ
จุดเด่นด้านสมรรถนะและระยะทางที่เหนือกว่า
สิ่งที่ทำให้ BYD Seal U โดดเด่นกว่าคู่แข่งในตลาดคือ “ระยะทางวิ่งรวม” ในรุ่น FWD ที่สามารถทำได้ไกลถึง 1,080 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันและชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง ตัวเลขนี้ช่วยขจัดความกังวลเรื่องการเดินทางไกลได้อย่างสิ้นเชิง ผู้ขับขี่สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่ได้โดยไม่ต้องหยุดพักเพื่อเติมพลังงานเลยด้วยซ้ำ นี่คือข้อได้เปรียบที่สำคัญของเทคโนโลยี PHEV ที่ผสานการใช้งานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว
การวางตำแหน่งทางการตลาด: เมื่อ Seal U ท้าทาย Honda CR-V
การเข้ามาของ BYD Seal U ถูกมองว่าเป็นการท้าทายบัลลังก์ของผู้นำตลาด C-SUV อย่าง Honda CR-V โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่น e:HEV ที่เป็นระบบไฮบริด (HEV) ซึ่งมีหลักการทำงานแตกต่างจากระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) ของ Seal U
ภาพรวมตลาดยานยนต์ C-SUV ในปัจจุบัน
ปัจจุบันตลาด C-SUV ในประเทศไทยมีการแข่งขันที่สูง แต่ก็ยังมีผู้เล่นรายใหญ่ไม่กี่รายที่ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นหลัก Honda CR-V ถือเป็นหนึ่งในผู้นำด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมานานด้านความน่าเชื่อถือ ความสะดวกสบาย และศูนย์บริการที่ครอบคลุม อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยุคใหม่เริ่มมองหาทางเลือกที่แตกต่าง โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งเป็นช่องว่างที่ BYD ตั้งใจจะเข้ามาเติมเต็ม
กลยุทธ์ของ Seal U ในการแข่งขัน
BYD Seal U มีจุดแข็งหลายประการที่จะใช้ในการแข่งขันกับ Honda CR-V และคู่แข่งรายอื่น:
- เทคโนโลยี PHEV ที่เหนือกว่า: Seal U สามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางไกล ในขณะที่ CR-V e:HEV (Full Hybrid) จะใช้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนที่ความเร็วต่ำเป็นหลักและไม่สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ ความสามารถนี้ทำให้ Seal U มีความประหยัดในการใช้งานประจำวันที่สูงกว่ามากหากผู้ใช้สามารถชาร์จไฟที่บ้านได้ทุกวัน
- สมรรถนะที่เร้าใจกว่า: ด้วยอัตราเร่งในรุ่น AWD ที่ทำได้ 5.9 วินาที ทำให้ Seal U มีสมรรถนะที่เหนือกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ในระดับเดียวกันอย่างชัดเจน
- กลยุทธ์ด้านราคา: BYD เป็นที่รู้จักดีในเรื่องการตั้งราคาที่ดึงดูดใจ ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จของรุ่นอื่นๆ ก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์ว่าราคาของ Seal U จะถูกตั้งไว้อย่างสมเหตุสมผลและอาจจะน่าสนใจกว่าคู่แข่งเมื่อเทียบกับคุณสมบัติและเทคโนโลยีที่ได้รับ
ไทม์ไลน์เปิดตัวและราคาคาดการณ์ในประเทศไทย
ข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นถึงความชัดเจนในการนำ BYD Seal U เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่รอคอยรถ SUV พลังงานทางเลือกรุ่นใหม่
กำหนดการเปิดตัว BYD Seal U ในไทย
ตามการคาดการณ์จากสื่อยานยนต์หลายสำนัก BYD Seal U มีกำหนดการเปิดตัวในประเทศไทยช่วงต้นปี 2026 โดยอาจมีการใช้ชื่อในการทำตลาดว่า “BYD SEAL U GREEN 2026” เพื่อเน้นย้ำถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเปิดตัวในช่วงเวลานี้จะทำให้ BYD สามารถเตรียมความพร้อมด้านการผลิตและบริการหลังการขายได้อย่างเต็มที่ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าชาวไทย
การวิเคราะห์ราคา BYD Seal U ที่คาดว่าจะเป็น
แม้ยังไม่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการ แต่การวิเคราะห์จากกลยุทธ์ของ BYD ในตลาดโลกและในไทยที่ผ่านมา สามารถคาดการณ์ได้ว่าราคาของ Seal U จะต้อง “เร้าใจ” สมกับที่หลายคนคาดหวัง เพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับ Honda CR-V ที่มีราคาเริ่มต้นในรุ่น e:HEV อยู่ในระดับ 1.5 ล้านบาทขึ้นไปได้
หากอ้างอิงจากราคาของรถยนต์รุ่นอื่นในตระกูลเดียวกัน เช่น BYD Seal 05 DM-i ซึ่งเป็นรถซีดาน PHEV ที่เปิดตัวในจีนด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 79,800 หยวน (ประมาณ 365,000 บาท) ก็พอจะเห็นแนวทางการตั้งราคาที่มุ่งเน้นความคุ้มค่าของ BYD ได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าราคาของ Seal U ในไทยจะสูงกว่านี้มากเนื่องจากเป็นรถคนละเซกเมนต์และมีภาษีนำเข้า แต่ก็เชื่อได้ว่า BYD จะพยายามตั้งราคาให้อยู่ในจุดที่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดได้อย่างแน่นอน
ไขข้อสงสัย: Seal U แตกต่างจากรถ BYD รุ่นอื่นอย่างไร
เพื่อความชัดเจนและป้องกันความสับสนกับรถยนต์ BYD รุ่นอื่นๆ ที่มีชื่อคล้ายกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างของแต่ละโมเดลจึงเป็นสิ่งสำคัญ
BYD Seal U vs. BYD Seal (Sedan)
ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดคือรูปแบบตัวถัง โดย BYD Seal เป็นรถยนต์ซีดาน 4 ประตู ที่เน้นความสปอร์ตและความปราดเปรียว ในขณะที่ BYD Seal U เป็นรถยนต์ SUV 5 ประตู ที่เน้นความอเนกประสงค์และพื้นที่ใช้สอย (Utility) ทั้งสองรุ่นใช้ภาษาการออกแบบ Ocean Aesthetics เหมือนกัน แต่มีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันชัดเจน
BYD Seal U vs. Seal 05 DM-i
BYD Seal 05 DM-i เป็นรถยนต์ซีดานขนาดเล็ก (Compact Sedan) ที่ใช้เทคโนโลยี DM-i และสร้างกระแสด้วยระยะทางวิ่งรวมที่ไกลถึง 2,000 กิโลเมตรในประเทศจีน แต่เป็นรถคนละขนาดและคนละประเภทกับ Seal U ซึ่งเป็น SUV ขนาดใหญ่กว่า (C-Segment)
BYD Seal U vs. Sealion Series
Sealion เป็นอีกหนึ่งซีรีส์รถยนต์ SUV ของ BYD ที่อาจสร้างความสับสนได้ โดยทั่วไปแล้ว Sealion จะเป็นรถ SUV ที่มีขนาดใหญ่กว่า Seal U เช่น Sealion 08 ที่อาจเป็นรถ SUV 7 ที่นั่ง ในขณะที่ Seal U เป็นรถ SUV 5 ที่นั่งในกลุ่ม C-Segment การแบ่งแยกชื่อรุ่นนี้ช่วยให้ BYD สามารถเจาะตลาด SUV ได้ในทุกขนาด
บทสรุปและการเตรียมความพร้อมสำหรับเจ้าของรถยนต์คันใหม่
การมาถึงของ BYD Seal U จ่อเข้าไทย 2026 สเปคชน CR-V ราคาเร้าใจ ถือเป็นอีกก้าวที่น่าตื่นเต้นของวงการยานยนต์ไทย ด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่โดดเด่น และการออกแบบที่สวยงาม ทำให้ Seal U เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถ SUV คันใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและความต้องการในการเดินทางไกล การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคที่จะมีทางเลือกที่หลากหลายและมีคุณภาพสูงขึ้น
สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนจะเป็นเจ้าของรถยนต์คันใหม่ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมอย่าง BYD Seal U การดูแลรักษาสภาพรถให้สวยงามเหมือนวันแรกที่ออกจากโชว์รูมคือสิ่งสำคัญ การเลือกใช้บริการดูแลรักษารถยนต์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม
ที่ HYPERLAB CAR DETAILLING จังหวัดขอนแก่น มีบริการดูแลรักษาสีรถยนต์ครบวงจร ตั้งแต่การล้างรถอย่างถูกวิธี การขัดฟื้นฟูสภาพสีเพื่อลบรอยขีดข่วน ไปจนถึงการเคลือบแก้วและเคลือบเซรามิกเพื่อปกป้องสีรถจากมลภาวะและคงความเงางามในระยะยาว ด้วยทีมงานมืออาชีพและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง รถยนต์คันใหม่ของคุณจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด
HYPERLAB CAR DETAILLING ตั้งอยู่ที่ 612 หมู่ 3 ถนนโนนม่วง ตำบลศิลา อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00–18:00 น. สามารถ ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 066-156-9878 เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลรถยนต์คันโปรดของคุณให้สวยงามและคงทนไปอีกนาน