Honda เผยโฉม ‘UNI-DRIVE’ รถส่วนตัวแห่งอนาคต CES 2026
- สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ Honda UNI-DRIVE
- เปิดม่านสู่โลกยานยนต์ยุคใหม่ที่ CES 2026
- Honda UNI-DRIVE คืออะไร? เจาะลึกแนวคิดเบื้องต้น
- ถอดรหัสเทคโนโลยี: รากฐานจาก UNI-ONE สู่วิสัยทัศน์ UNI-DRIVE
- กลยุทธ์ภาพใหญ่ของฮอนด้า: มากกว่าแค่รถยนต์ไฟฟ้า
- ผลกระทบของ UNI-DRIVE ต่อวิถีชีวิตในเมือง
- บทสรุปและอนาคตของการเดินทางส่วนบุคคล
ในงาน Consumer Electronics Show (CES) ประจำปี 2026 ที่ลาสเวกัส หนึ่งในไฮไลต์ที่สร้างความตื่นเต้นและจุดประกายบทสนทนาเกี่ยวกับอนาคตของการเดินทางในเมืองคือการที่ Honda เผยโฉม ‘UNI-DRIVE’ รถส่วนตัวแห่งอนาคต CES 2026 ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ยานยนต์ส่วนบุคคลที่สะท้อนวิสัยทัศน์อันก้าวล้ำของฮอนด้าในการผสมผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังเป็นการประกาศทิศทางที่ชัดเจนของบริษัทในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ที่เปลี่ยนแปลงไป
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ Honda UNI-DRIVE
- วิสัยทัศน์แห่งอนาคต: UNI-DRIVE คือคอนเซ็ปต์ยานยนต์ส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและควบคุมโดย AI ซึ่งเป็นภาพสะท้อนการเดินทางในเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของฮอนด้า
- รากฐานทางเทคโนโลยี: แนวคิดของ UNI-DRIVE อาจเป็นการต่อยอดและพัฒนามาจาก UNI-ONE อุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนบุคคลแบบ Hands-free ที่ควบคุมด้วยการถ่ายเทน้ำหนักตัว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์และเทคโนโลยีการทรงตัวของฮอนด้า
- ส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่ใหญ่กว่า: การเปิดตัว UNI-DRIVE สอดคล้องกับกลยุทธ์การพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าตระกูล ‘Honda 0 Series’ ที่เน้นการใช้ AI, IoT, และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (AD/ADAS)
- ตอบโจทย์การเดินทางในเมือง: ด้วยขนาดที่กะทัดรัดและระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ UNI-DRIVE ถูกวางตำแหน่งให้เป็นโซลูชันสำหรับการเดินทางระยะสั้นถึงกลางในสภาพแวดล้อมของเมืองที่มีความซับซ้อนและหนาแน่น
เปิดม่านสู่โลกยานยนต์ยุคใหม่ที่ CES 2026
การที่ Honda เผยโฉม ‘UNI-DRIVE’ รถส่วนตัวแห่งอนาคต CES 2026 ได้กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อข่าวที่น่าจับตามองที่สุดในวงการเทคโนโลยีและยานยนต์ คอนเซ็ปต์นี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอยานพาหนะรูปแบบใหม่ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ครั้งสำคัญในการมอง “การเดินทางส่วนบุคคล” ซึ่งกำลังจะถูกนิยามใหม่ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด และการเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ
บทความนี้จะพาไปสำรวจทุกมิติของ Honda UNI-DRIVE ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐาน เทคโนโลยีที่เป็นรากฐาน ไปจนถึงการวิเคราะห์ว่านวัตกรรมชิ้นนี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการเดินทางในเมืองของเราไปอย่างไรในอนาคตอันใกล้นี้
Honda UNI-DRIVE คืออะไร? เจาะลึกแนวคิดเบื้องต้น
Honda UNI-DRIVE คือแนวคิดยานยนต์ส่วนบุคคล (Personal Mobility Vehicle) ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมของเมืองโดยเฉพาะ หัวใจสำคัญของ UNI-DRIVE คือการผสานระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า (EV) เข้ากับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ซับซ้อน เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ปลอดภัย ชาญฉลาด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แม้ว่ารายละเอียดเชิงเทคนิคฉบับสมบูรณ์จะยังไม่ถูกเปิดเผยทั้งหมด แต่แนวคิดที่นำเสนอได้ชี้ให้เห็นถึงยานพาหนะขนาดเล็กที่เน้นความคล่องตัว สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระในพื้นที่จำกัด และอาจมาพร้อมกับระบบควบคุมที่ง่ายดายและเป็นธรรมชาติสำหรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม
UNI-DRIVE ไม่ใช่แค่ ‘รถ’ แต่เป็น ‘ผู้ช่วย’ ในการเดินทาง ที่สามารถคิด วิเคราะห์ และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมรอบตัว เพื่อนำทางผู้ใช้ไปยังจุดหมายได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด
ความสำคัญของ CES ต่ออุตสาหกรรมยานยนต์
ในอดีต งาน CES อาจเป็นที่รู้จักในฐานะเวทีสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา งานนี้ได้กลายเป็นเวทีสำคัญที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกเลือกใช้ในการเปิดตัวนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เหตุผลคือรถยนต์ในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงเครื่องจักรกลอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็น “อุปกรณ์อัจฉริยะ” ที่เต็มไปด้วยซอฟต์แวร์ เซ็นเซอร์ และระบบประมวลผลขั้นสูง การที่ฮอนด้าเลือกเปิดตัว UNI-DRIVE ที่ CES 2026 จึงเป็นการตอกย้ำว่าอนาคตของยานยนต์นั้นเชื่อมโยงอย่างแยกไม่ออกกับโลกของเทคโนโลยี AI, IoT (Internet of Things) และการเชื่อมต่อข้อมูลความเร็วสูง
นิยามของการเดินทางส่วนบุคคลที่เปลี่ยนไป
แนวคิดอย่าง UNI-DRIVE เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความท้าทายของการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหารถติด มลภาวะ การขาดแคลนที่จอดรถ และความต้องการการเดินทางที่ยืดหยุ่นและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ยานยนต์ประเภทนี้จึงไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแข่งขันกับรถยนต์แบบดั้งเดิมในการเดินทางระยะไกล แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเติมเต็มช่องว่างของการเดินทางในระยะทางสั้นๆ หรือที่เรียกว่า “Last-mile mobility” ซึ่งคือการเดินทางจากระบบขนส่งมวลชนหลักไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้าย เช่น จากสถานีรถไฟฟ้าไปยังที่ทำงานหรือที่พักอาศัย
ถอดรหัสเทคโนโลยี: รากฐานจาก UNI-ONE สู่วิสัยทัศน์ UNI-DRIVE
เพื่อทำความเข้าใจถึงศักยภาพของ UNI-DRIVE จำเป็นต้องย้อนกลับไปดูรากฐานทางเทคโนโลยีที่ฮอนด้าได้พัฒนาและสั่งสมมาเป็นเวลาหลายปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนบุคคลรุ่นก่อนหน้าอย่าง UNI-ONE ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่สำคัญและเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นหลักที่นำมาสู่การพัฒนาคอนเซ็ปต์ยานยนต์ AI แห่งอนาคตนี้
UNI-ONE: ต้นแบบการเคลื่อนที่แห่งอิสระ
ฮอนด้าได้เปิดตัว UNI-ONE ในประเทศญี่ปุ่นช่วงปลายปี 2025 โดยนิยามมันว่าเป็น “อุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนบุคคลแบบ hands-free” จุดเด่นของ UNI-ONE คือการนำเทคโนโลยีการทรงตัวที่พัฒนามาจากหุ่นยนต์ในตำนานอย่าง ASIMO มาประยุกต์ใช้ ทำให้ผู้ใช้สามารถควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ได้เพียงแค่การเอนหรือถ่ายเทน้ำหนักตัวไปในทิศทางที่ต้องการ โดยที่มือทั้งสองข้างยังคงเป็นอิสระ สามารถทำกิจกรรมอื่นได้ตามปกติ
คุณสมบัติสำคัญของ UNI-ONE ประกอบด้วย:
- การควบคุมด้วยการถ่ายเทน้ำหนัก: สร้างประสบการณ์ที่ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติ คล้ายกับการเดินหรือการเล่นสกี
- การเคลื่อนที่รอบทิศทาง (Omnidirectional): ล้อที่ออกแบบมาเป็นพิเศษช่วยให้ UNI-ONE สามารถเคลื่อนที่ไปได้ทุกทิศทาง ทั้งเดินหน้า ถอยหลัง ด้านข้าง หรือหมุนตัวในพื้นที่แคบๆ ได้อย่างคล่องตัว
- การออกแบบเพื่อการใช้งานเฉพาะจุด: ถูกวางตำแหน่งให้เป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือการเคลื่อนที่ ณ จุดหมายปลายทาง เช่น ภายในอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ สวนสนุก หรือศูนย์การค้า
ความสำเร็จและองค์ความรู้ที่ได้จาก UNI-ONE กลายเป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับฮอนด้าในการก้าวไปสู่ขั้นต่อไปของการพัฒนายานยนต์ส่วนบุคคล
จาก UNI-ONE สู่ UNI-DRIVE: ก้าวกระโดดทางเทคโนโลยีที่คาดการณ์
UNI-DRIVE จึงอาจเปรียบเสมือนวิวัฒนาการขั้นต่อไปของ UNI-ONE ที่ถูกยกระดับจาก “อุปกรณ์” ให้กลายเป็น “ยานยนต์” เต็มรูปแบบ โดยคาดว่าจะมีการผสานรวมเทคโนโลยีที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ดังนี้:
- จาก Hands-free สู่ AI-Driven: ขณะที่ UNI-ONE อาศัยการควบคุมจากผู้ใช้โดยตรง UNI-DRIVE คาดว่าจะใช้ระบบ AI เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน ผู้ใช้อาจเพียงแค่ระบุจุดหมายปลายทาง จากนั้น AI จะทำหน้าที่วางแผนเส้นทาง ขับเคลื่อน และหลบหลีกสิ่งกีดขวางโดยอัตโนมัติ
- ระบบเซ็นเซอร์ขั้นสูง: เพื่อให้ระบบ AI ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ UNI-DRIVE จำเป็นต้องติดตั้งเซ็นเซอร์รอบคัน ไม่ว่าจะเป็น LiDAR, เรดาร์, และกล้องความละเอียดสูง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พบได้ในรถยนต์ไร้คนขับระดับสูง รวมถึงในรถยนต์ไฟฟ้าตระกูล Honda 0 Series
- การเชื่อมต่อกับระบบนิเวศอัจฉริยะ (IoT): UNI-DRIVE อาจสามารถสื่อสารกับยานพาหนะอื่นๆ และโครงสร้างพื้นฐานของเมือง (เช่น สัญญาณไฟจราจร, ระบบจัดการที่จอดรถ) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินทาง
- ห้องโดยสารและประสบการณ์ผู้ใช้: แตกต่างจาก UNI-ONE ที่เป็นแบบเปิด UNI-DRIVE จะเป็นยานยนต์แบบปิดที่มีห้องโดยสารสะดวกสบาย ออกแบบโดยยึดหลัก “พื้นที่สำหรับคน” (Man Maximum, Machine Minimum) เพื่อให้ผู้โดยสารรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัยตลอดการเดินทาง
กลยุทธ์ภาพใหญ่ของฮอนด้า: มากกว่าแค่รถยนต์ไฟฟ้า
การเปิดตัว UNI-DRIVE ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ระยะยาวของฮอนด้าในการก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าและโซลูชันการเดินทางอัจฉริยะ ซึ่งสะท้อนผ่านการเปิดตัวโครงการและเทคโนโลยีอื่นๆ ควบคู่กันไปในช่วงเวลาเดียวกัน
Honda 0 Series: นิยามใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า
ในงาน CES 2026 ฮอนด้ายังได้นำเสนอความคืบหน้าของ Honda 0 Series ซึ่งเป็นตระกูลรถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ที่เตรียมจะเปิดตัวในตลาดสหรัฐอเมริกาภายในปี 2026 เช่นกัน รถยนต์ในซีรีส์นี้ เช่น โปรโตไทป์ Saloon และ SUV ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดหลัก 3 ประการคือ Thin, Light, and Wise (บาง, เบา, และชาญฉลาด) โดยเน้นการออกแบบที่ให้ความสำคัญกับพื้นที่ภายในห้องโดยสารสูงสุด การใช้วัสดุน้ำหนักเบา และการติดตั้งเทคโนโลยี AI และ ADAS ที่ล้ำสมัย
เทคโนโลยีที่พบใน 0 Series นี้เอง ที่คาดว่าจะถูกนำมาปรับใช้กับ UNI-DRIVE ด้วยเช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฮอนด้ากำลังสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่สามารถใช้ร่วมกันได้ระหว่างยานยนต์หลายขนาด ตั้งแต่รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเต็มรูปแบบไปจนถึงยานยนต์ส่วนบุคคลขนาดกะทัดรัด
แพลตฟอร์มและเทคโนโลยีขับเคลื่อนแห่งอนาคต
นอกเหนือจากรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ฮอนด้ายังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีขับเคลื่อนอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น:
- แพลตฟอร์มไฮบริดใหม่: สำหรับรถยนต์รุ่นปี 2026 เป็นต้นไป จะมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบส่งกำลัง (Powertrain) ให้ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านอัตราเร่งและการประหยัดเชื้อเพลิง
- โซลูชัน EV ขนาดกะทัดรัด: การพัฒนาแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กในกลุ่ม B-segment และ Crossover สำหรับตลาดเมืองโดยเฉพาะ
- Prelude Hybrid: การกลับมาของรถสปอร์ตในตำนานในรูปแบบไฮบริด ที่เน้นสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ความหลากหลายทางเทคโนโลยีเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าฮอนด้ามองว่าอนาคตของการเดินทางไม่ได้มีคำตอบเพียงหนึ่งเดียว แต่ต้องอาศัยโซลูชันที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกันไป และ UNI-DRIVE ก็คือหนึ่งในคำตอบที่สำคัญสำหรับบริบทของเมืองอัจฉริยะ
เปรียบเทียบวิวัฒนาการเทคโนโลยีการเคลื่อนที่ของฮอนด้า
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นของการพัฒนานวัตกรรมการเดินทางของฮอนด้า สามารถเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักของเทคโนโลยีแต่ละประเภทได้ดังตารางต่อไปนี้
| คุณสมบัติ | UNI-ONE (2025) | UNI-DRIVE (คอนเซ็ปต์ 2026) | Honda 0 Series (เริ่ม 2026) |
|---|---|---|---|
| ประเภท | อุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนบุคคล | ยานยนต์ส่วนบุคคลอัจฉริยะ | รถยนต์ไฟฟ้า (EV) |
| ระบบขับเคลื่อน | ไฟฟ้า (มอเตอร์แม่เหล็กถาวร) | ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (คาดการณ์) | ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (e-Axles) |
| การควบคุม | Hands-free (ถ่ายเทน้ำหนัก) | AI-Driven / ขับขี่อัตโนมัติ (คาดการณ์) | ผู้ขับขี่ และระบบ AD/ADAS |
| เทคโนโลยีหลัก | เทคโนโลยีการทรงตัวจาก ASIMO, การเคลื่อนที่รอบทิศทาง | AI, IoT, LiDAR, เซ็นเซอร์รอบคัน (คาดการณ์) | AI, AD/ADAS, แพลตฟอร์ม EV ใหม่, สถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ |
| เป้าหมายการใช้งาน | การเดินทางระยะสุดท้าย (Last-mile) ในพื้นที่ควบคุม เช่น อาคาร, สวนสนุก | การเดินทางส่วนบุคคลในเมืองอัจฉริยะ (Smart city mobility) | การเดินทางในชีวิตประจำวัน, การเดินทางระยะไกล |
ผลกระทบของ UNI-DRIVE ต่อวิถีชีวิตในเมือง
หากแนวคิดของ Honda UNI-DRIVE สามารถพัฒนาจนเกิดขึ้นได้จริง มันมีศักยภาพที่จะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อการใช้ชีวิตในเมืองในหลายมิติ:
- ลดปัญหาการจราจร: ด้วยขนาดที่กะทัดรัดและความสามารถในการสื่อสารระหว่างกัน ยานยนต์ประเภทนี้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพและลดพื้นที่การใช้ถนน ซึ่งอาจช่วยบรรเทาความหนาแน่นของการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน
- แก้ไขปัญหาที่จอดรถ: UNI-DRIVE ต้องการพื้นที่จอดรถน้อยกว่ารถยนต์ทั่วไปอย่างมาก และด้วยระบบ AI อาจสามารถนำตัวเองไปจอดยังพื้นที่ที่กำหนดไว้ได้โดยอัตโนมัติหลังจากส่งผู้โดยสารถึงที่หมายแล้ว
- เพิ่มการเข้าถึงสำหรับทุกคน: สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ยานยนต์ที่ควบคุมด้วย AI จะมอบอิสระในการเดินทางที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้สามารถเดินทางไปทำธุระหรือพบปะผู้คนได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
- ส่งเสริมเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม: การใช้พลังงานไฟฟ้า 100% หมายถึงการไม่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศในระดับท้องถิ่น ช่วยให้คุณภาพอากาศในเมืองดีขึ้น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
บทสรุปและอนาคตของการเดินทางส่วนบุคคล
การที่ Honda เผยโฉม ‘UNI-DRIVE’ รถส่วนตัวแห่งอนาคต CES 2026 เป็นมากกว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่มันคือการนำเสนอภาพอนาคตที่ชัดเจนของการเดินทางในเมือง ที่ซึ่งเทคโนโลยี AI, พลังงานไฟฟ้า และการออกแบบที่คำนึงถึงมนุษย์เป็นศูนย์กลาง จะเข้ามาผสานรวมกันเพื่อสร้างสรรค์วิถีชีวิตที่ดีขึ้น UNI-DRIVE อาจยังเป็นเพียงคอนเซ็ปต์ในวันนี้ แต่วิสัยทัศน์และเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังนั้นกำลังถูกพัฒนาและผลักดันให้เกิดขึ้นจริงผ่านโครงการต่างๆ ของฮอนด้า ซึ่งถือเป็นก้าวที่น่าตื่นเต้นสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์และสำหรับพวกเราทุกคนที่จะได้สัมผัสกับการเดินทางแห่งอนาคตในไม่ช้า
ไม่ว่าเทคโนโลยียานยนต์จะก้าวล้ำไปเพียงใด สิ่งหนึ่งที่ยังคงมีความสำคัญเสมอคือการดูแลรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และสวยงาม การดูแลรักษาสีรถและพื้นผิวให้เงางามไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ แต่ยังเป็นการปกป้องมูลค่าของยานพาหนะในระยะยาว สำหรับผู้ที่ต้องการบริการดูแลรักษารถยนต์ระดับมืออาชีพในจังหวัดขอนแก่น HYPERLAB CAR DETAILLING พร้อมให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การล้างทำความสะอาด ขัดเคลือบสี ไปจนถึงการซ่อมแซมสี ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง
HYPERLAB CAR DETAILLING เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00–18.00 น. ตั้งอยู่ที่ 612 ม.3 ถ.โนนม่วง ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000 ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือโทร 066-156-9878 เพื่อมอบการดูแลที่ดีที่สุดให้กับรถของคุณ