test drive byd seal u vs honda crv ehev featured

ขับจริง! BYD Seal U ปะทะ CR-V e:HEV ทริปสิ้นปีคันไหนรอด?

สารบัญ

บทความนี้จะนำเสนอการเปรียบเทียบเชิงลึกจากการ ขับจริง! BYD Seal U ปะทะ CR-V e:HEV ทริปสิ้นปีคันไหนรอด? เพื่อค้นหาว่ารถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) ระบบไฮบริดรุ่นใดยังคงประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการเดินทางไกลในช่วงเทศกาล โดยวิเคราะห์จากสมรรถนะ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ความสะดวกสบาย และความคุ้มค่าโดยรวม เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถครอบครัวคันใหม่

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร: SUV คันไหนที่ใช่สำหรับคุณ

  • BYD Seal U DM-i: โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่มีระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ไกลถึง 80 กิโลเมตร ทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยรวมต่ำมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางระยะไกลและสามารถใช้งานในเมืองแบบไร้มลพิษได้
  • Honda CR-V e:HEV-RS: ชูจุดเด่นด้านความน่าเชื่อถือของแบรนด์ สมรรถนะการขับขี่ที่มั่นคงด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) เป็นมาตรฐาน และการออกแบบภายในที่พรีเมียม ตอบโจทย์ครอบครัวที่เน้นความปลอดภัย ความสบาย และความมั่นใจในทุกสภาพถนน
  • ปัจจัยในการตัดสินใจ: การเลือกระหว่างสองรุ่นนี้ขึ้นอยู่กับลำดับความสำคัญ หากเน้นความประหยัดสูงสุดและเทคโนโลยีล้ำสมัย BYD Seal U คือตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่หากให้ความสำคัญกับความไว้ใจได้ของแบรนด์ การขับขี่ที่มั่นคงในทุกสถานการณ์ และมูลค่าการขายต่อ Honda CR-V ยังคงเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่ง
  • ความเหมาะสมสำหรับครอบครัว: ทั้งสองรุ่นมีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ทำให้เป็นรถครอบครัวที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางไกลในช่วงวันหยุดยาว

เปิดศึก SUV ครอบครัว: บททดสอบจริงบนเส้นทางปีใหม่

ขับจริง! BYD Seal U ปะทะ CR-V e:HEV ทริปสิ้นปีคันไหนรอด? - test-drive-byd-seal-u-vs-honda-crv-ehev

เมื่อเทศกาลสิ้นปีใกล้เข้ามา การวางแผนเดินทางไกลเพื่อกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวกับครอบครัวกลายเป็นกิจกรรมสำคัญ และหนึ่งในปัจจัยหลักที่กำหนดความราบรื่นของการเดินทางคือ “รถยนต์” คู่ใจ ในตลาดรถยนต์ปัจจุบัน กลุ่ม SUV กำลังได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง ความสะดวกสบาย และทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม SUV ที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริด ซึ่งมอบความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัด

บทความนี้จึงนำเสนอการเปรียบเทียบระหว่างสองผู้ท้าชิงที่น่าจับตามองที่สุดในตลาดเวลานี้ ได้แก่ BYD Seal U DM-i, SUV แบบ Plug-in Hybrid (PHEV) จากแบรนด์ที่กำลังมาแรงด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า และ Honda CR-V e:HEV-RS, SUV ไฮบริด (HEV) ที่สืบทอดชื่อเสียงด้านความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์แบบในการขับขี่มายาวนาน การทดสอบนี้จะจำลองสถานการณ์การขับขี่จริงในช่วงทริปสิ้นปีที่ต้องเผชิญกับสภาพการจราจรหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การขับขี่ในเมืองที่แออัด ไปจนถึงการเดินทางบนทางหลวงระยะไกล เพื่อค้นหาคำตอบว่ารถคันไหนจะ “รอด” และตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวยุคใหม่ได้ดีที่สุด

ทำความรู้จักคู่แข่ง: สเปกและเทคโนโลยีเบื้องต้น

ก่อนจะลงลึกถึงผลการทดสอบขับขี่ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจพื้นฐานทางเทคนิคและจุดเด่นของรถยนต์ทั้งสองรุ่น ซึ่งมีปรัชญาในการออกแบบระบบขับเคลื่อนแบบไฮบริดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

BYD Seal U DM-i: พลังไฮบริดเสียบปลั๊กเพื่อระยะทางที่ไกลกว่า

BYD Seal U DM-i เป็นรถยนต์ประเภท Plug-in Hybrid (PHEV) ซึ่งหมายความว่าสามารถเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ได้โดยตรง หัวใจหลักของรถรุ่นนี้คือเทคโนโลยี DM-i (Dual Motor-Intelligence) ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ทำให้มีพละกำลังรวมสูงสุดถึง 218 แรงม้า และแรงบิด 300-335 นิวตันเมตร

จุดเด่นที่สุดของ Seal U คือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่สามารถขับเคลื่อนรถในโหมดไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ไกลถึง 77-80 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน CLTC) ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องใช้น้ำมันเลย และเมื่อต้องเดินทางไกล ระบบจะทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้มีระยะทางวิ่งรวมกันเกินกว่า 1,000 กิโลเมตร พร้อมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ต่ำอย่างน่าทึ่งเพียง 2.3-2.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตรในสภาวะการใช้งานจริง

Honda CR-V e:HEV-RS: ความสมดุลและเชื่อถือได้สไตล์ญี่ปุ่น

ในทางกลับกัน Honda CR-V e:HEV-RS เป็นรถยนต์ประเภท Full Hybrid (HEV) ที่ไม่จำเป็นต้องเสียบปลั๊กชาร์จไฟ ระบบจะจัดการการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยตัวเองจากการทำงานของเครื่องยนต์และการเบรก ระบบขับเคลื่อน e:HEV ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิด 335 นิวตันเมตร

แม้จะไม่มีระยะทางวิ่งในโหมด EV ที่ยาวนานเท่า PHEV แต่ระบบ e:HEV ของ Honda ได้รับการยอมรับในเรื่องความนุ่มนวลและประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม สามารถสลับการทำงานระหว่างโหมดไฟฟ้า โหมดไฮบริด และโหมดเครื่องยนต์ได้อย่างชาญฉลาดเพื่อความประหยัดสูงสุดในทุกย่านความเร็ว จุดแข็งที่สำคัญของ CR-V ในรุ่น RS คือการติดตั้งระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) เป็นมาตรฐาน ซึ่งช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนและความมั่นใจในการขับขี่ โดยเฉพาะในสภาพถนนเปียกลื่นหรือเส้นทางขึ้นเขาที่มักพบเจอในช่วงเดินทางท่องเที่ยว

เปรียบเทียบข้อมูลจำเพาะ: BYD Seal U DM-i vs Honda CR-V e:HEV-RS

ตารางเปรียบเทียบข้อมูลจำเพาะหลักระหว่าง BYD Seal U DM-i และ Honda CR-V e:HEV-RS (ข้อมูลอาจแตกต่างกันในแต่ละตลาด)
คุณสมบัติ BYD Seal U DM-i Honda CR-V e:HEV-RS
ประเภทระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) Full Hybrid (HEV)
กำลังสูงสุด (แรงม้า) 197-218 hp 184 hp
แรงบิดสูงสุด (นิวตันเมตร) 300-335 Nm 335 Nm
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 5.9 – 8.9 วินาที 8.9 – 9.4 วินาที
ระยะทาง EV ล้วน 77 – 80 กม. (CLTC) สั้น (ไม่เน้นการขับขี่ EV ล้วน)
อัตราสิ้นเปลือง (โดยเฉลี่ย) 0.9 – 2.8 ล./100 กม. ต่ำ (ไม่ระบุตัวเลขชัดเจน แต่ประหยัด)
ระบบขับเคลื่อน ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)
ราคาเริ่มต้น (โดยประมาณ) ~1.5 ล้านบาท ~1.9 ล้านบาท

ประสบการณ์ขับขี่จริง: ฟิลลิ่งหลังพวงมาลัยบนทางไกล

ตัวเลขบนกระดาษเป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ประสบการณ์การขับขี่จริงคือสิ่งที่ตัดสินว่ารถคันใดจะมอบความสุขและความมั่นใจบนท้องถนนได้มากกว่ากัน

อัตราเร่งและสมรรถนะการเดินทาง

BYD Seal U DM-i แสดงให้เห็นถึงพละกำลังที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน ด้วยการส่งกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ตอบสนองทันที ทำให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในบางรุ่นย่อยทำได้ในเวลาเพียง 5.9 วินาที ซึ่งรวดเร็วกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด การเร่งแซงบนทางหลวงจึงทำได้อย่างมั่นใจและง่ายดาย อย่างไรก็ตาม ในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) อาจพบอาการสูญเสียการยึดเกาะของล้อหน้าได้บ้างหากกดคันเร่งอย่างรุนแรงจากจุดหยุดนิ่ง

สำหรับ Honda CR-V e:HEV-RS แม้อัตราเร่งจะดูเป็นรองบนหน้ากระดาษ (8.9 – 9.4 วินาที) แต่ในการใช้งานจริงกลับให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลและต่อเนื่อง การส่งกำลังเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีอาการกระชาก ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายตลอดการเดินทาง พละกำลังที่มีก็เพียงพอต่อการใช้งานทุกรูปแบบ และไม่แสดงอาการอ่อนแรงเมื่อต้องเร่งแซงที่ความเร็วสูง

การควบคุมและช่วงล่าง: ใครเกาะถนนกว่ากัน?

ในส่วนนี้ Honda CR-V แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ที่เหนือกว่า ช่วงล่างถูกปรับตั้งมาอย่างสมดุล มอบความนุ่มนวลในการเดินทาง แต่ยังคงความหนึบแน่นและมั่นคงเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ประกอบกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD ที่ช่วยกระจายแรงบิดไปยังล้อทั้งสี่อย่างเหมาะสม ทำให้ CR-V มอบความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่ โดยเฉพาะบนถนนที่เปียกลื่นหรือเส้นทางบนภูเขาที่คดเคี้ยว

BYD Seal U มีช่วงล่างที่เน้นความนุ่มสบายเป็นหลัก สามารถซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบได้ดี เหมาะกับการเดินทางไกลที่ต้องการความผ่อนคลาย อย่างไรก็ตาม การควบคุมในภาพรวมยังไม่เฉียบคมเท่าคู่แข่ง และการที่ไม่มีระบบ AWD ในบางตลาดอาจเป็นข้อพิจารณาสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางในเส้นทางที่มีความท้าทายบ่อยครั้ง

ความประหยัด: วัดกันที่หน้าปั๊ม ใครจ่ายน้อยกว่า?

นี่คือหัวข้อสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในการเดินทางไกลที่ค่าน้ำมันเป็นค่าใช้จ่ายหลัก

BYD Seal U: เจ้าแห่งความประหยัดด้วยโหมด EV

ด้วยความเป็น PHEV ทำให้ BYD Seal U มีความได้เปรียบอย่างมากในเรื่องนี้ หากสามารถชาร์จไฟได้ทุกวัน การเดินทางในระยะทางไม่เกิน 80 กิโลเมตรจะแทบไม่ต้องใช้น้ำมันเลย และเมื่อออกเดินทางไกล หากเริ่มต้นด้วยแบตเตอรี่เต็ม จะสามารถวิ่งในโหมด EV ได้เป็นระยะทางไกล ก่อนที่เครื่องยนต์จะเริ่มทำงานในโหมดไฮบริด ซึ่งก็ยังคงความประหยัดได้อย่างน่าทึ่ง ตัวเลข 2.3-2.8 ลิตร/100 กม. (ประมาณ 35-43 กม./ลิตร) ในการใช้งานจริง ถือเป็นตัวเลขที่ยากจะหาคู่แข่งมาเทียบได้ ทำให้ Seal U เป็นตัวเลือกที่ประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงได้อย่างมหาศาลในระยะยาว

Honda CR-V: ประหยัดสม่ำเสมอ ไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จ

Honda CR-V e:HEV มอบความสะดวกสบายในแง่ของการใช้งานที่ไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จ ผู้ขับขี่สามารถเติมน้ำมันและเดินทางต่อได้ทันทีเหมือนรถยนต์ทั่วไป ระบบไฮบริด e:HEV มีประสิทธิภาพสูงและให้ความประหยัดที่สม่ำเสมอในทุกสภาวะการขับขี่ แม้ตัวเลขอาจไม่น่าตื่นตาตื่นใจเท่า Seal U แต่ก็ยังถือว่าเป็น SUV ที่ประหยัดน้ำมันมากรุ่นหนึ่งในตลาด และเป็นทางเลือกที่ไร้กังวลสำหรับผู้ที่ไม่มีจุดชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงาน

ภายในและความสบาย: พื้นที่สำหรับครอบครัวและสัมภาระ

สำหรับรถครอบครัว พื้นที่ภายในและความสะดวกสบายคือปัจจัยที่ไม่สามารถมองข้ามได้

ห้องโดยสารและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก

BYD Seal U สร้างความประทับใจด้วยการออกแบบภายในที่ล้ำสมัยและเน้นเทคโนโลยีเป็นหลัก จุดเด่นคือหน้าจอกลางขนาดใหญ่ที่สามารถหมุนได้ 360 องศา, ระบบไฟ Ambient Light ที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลายสี และกล้องมองภาพรอบคันที่ให้ความคมชัดสูง วัสดุที่ใช้ก็มีคุณภาพดี ให้ความรู้สึกพรีเมียมเกินราคา

Honda CR-V e:HEV-RS ตอบโต้ด้วยการออกแบบภายในที่เน้นความสปอร์ตหรูหราและหลักสรีรศาสตร์ การจัดวางปุ่มควบคุมต่างๆ ใช้งานง่าย วัสดุที่ใช้มีคุณภาพสูงและให้สัมผัสที่ดีเยี่ยม การประกอบมีความประณีตตามมาตรฐานของ Honda ห้องโดยสารให้ความรู้สึกโปร่งโล่งและนั่งสบายในทุกตำแหน่ง

พื้นที่เก็บสัมภาระ: ใครจุของได้เยอะกว่า?

ในการเดินทางไกลช่วงวันหยุด สัมภาระมักจะมีจำนวนมาก BYD Seal U มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังที่กว้างขวาง โดยมีความจุตั้งแต่ 425 ถึง 552 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทางของทั้งครอบครัว ส่วน Honda CR-V ก็มีชื่อเสียงด้านความอเนกประสงค์ของพื้นที่เก็บของมาโดยตลอด และยังคงรักษามาตรฐานนั้นไว้ได้เป็นอย่างดี ทั้งสองรุ่นสามารถพับเบาะแถวหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้ ทำให้การขนของชิ้นใหญ่ไม่ใช่ปัญหา

ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่

รถยนต์ยุคใหม่ต่างแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย และทั้งสองรุ่นนี้ก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ทั้ง BYD Seal U และ Honda CR-V e:HEV-RS มาพร้อมกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ระดับ 2 ซึ่งประกอบด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control), ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keeping Assist), ระบบเตือนการชนพร้อมช่วยเบรก (AEB), และระบบตรวจจับจุดอับสายตา (Blind Spot Monitoring) เป็นต้น

BYD Seal U ได้รับการการันตีความปลอดภัยด้วยผลการทดสอบการชนระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ในขณะที่ Honda CR-V ก็มีชื่อเสียงด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่งมาอย่างยาวนาน และยังได้เปรียบในเชิงปฏิบัติด้วยระบบ AWD ที่ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Active Safety)

บทสรุป: คันไหนคือผู้ชนะสำหรับทริปสิ้นปีของคุณ?

หลังจากการทดสอบและเปรียบเทียบในทุกมิติ สามารถสรุปได้ว่าไม่มีผู้ชนะที่เด็ดขาด แต่มี “ผู้ชนะที่เหมาะสม” กับความต้องการที่แตกต่างกัน

การเลือกรถสำหรับทริปสิ้นปีระหว่าง BYD Seal U และ Honda CR-V e:HEV ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคันไหน ‘ดีกว่า’ โดยสิ้นเชิง แต่ขึ้นอยู่กับว่า ‘คันไหนเหมาะสมกับความต้องการและรูปแบบการเดินทางของคุณ’ มากกว่า

เลือก BYD Seal U DM-i หาก:
ลำดับความสำคัญสูงสุดของคุณคือ “ความประหยัด” ทั้งในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล คุณมีที่ชื่นชอบเทคโนโลยีใหม่ๆ และต้องการรถที่มีอัตราเร่งทันใจ และมีงบประมาณที่จำกัดกว่าเล็กน้อย Seal U จะเป็นรถคู่ใจที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงได้อย่างมหาศาล และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทันสมัย

เลือก Honda CR-V e:HEV-RS หาก:
คุณให้ความสำคัญกับ “ความน่าเชื่อถือ” และ “ความมั่นใจในการขับขี่” ในทุกสภาพถนนเป็นอันดับแรก คุณต้องการความสบายใจจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้ การประกอบที่ประณีต และมูลค่าการขายต่อที่ดี ระบบขับเคลื่อน AWD คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับเส้นทางที่คุณเดินทางบ่อยครั้ง CR-V จะมอบความอุ่นใจและความสบายระดับพรีเมียมให้แก่ครอบครัวของคุณตลอดการเดินทาง

ท้ายที่สุด ไม่ว่าคุณจะเลือกคันไหน ทั้งสองรุ่นต่างก็เป็น SUV ครอบครัวที่ยอดเยี่ยมและพร้อมจะพาคุณและคนที่คุณรักไปถึงจุดหมายปลายทางในช่วงวันหยุดสิ้นปีได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

ดูแลรถคู่ใจหลังเดินทางไกล: ให้พร้อมสำหรับทุกการใช้งาน

หลังจากการเดินทางที่ยาวนานในช่วงสิ้นปี รถยนต์คู่ใจของคุณได้ผ่านการใช้งานอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง เศษดินโคลน หรือคราบแมลงที่เกาะติดบนตัวถัง การดูแลรักษาสภาพรถให้กลับมาสวยงามเหมือนใหม่จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันต่อไป

สำหรับผู้ที่อยู่ในจังหวัดขอนแก่นหรือพื้นที่ใกล้เคียง HYPERLAB CAR DETAILLING คือศูนย์บริการดูแลรักษาสีรถยนต์ครบวงจร ที่พร้อมจะฟื้นฟูสภาพรถของคุณให้กลับมาเงางามอีกครั้ง ด้วยบริการที่หลากหลายตั้งแต่การล้างทำความสะอาด ขัดเคลือบสี ไปจนถึงการซ่อมแซมสีรถยนต์โดยผู้เชี่ยวชาญ

บริการของเรา:

  • บริการล้างรถ ดูดฝุ่น ทำความสะอาดภายใน
  • บริการขัดลบรอยขีดข่วนและฟื้นฟูสภาพสี
  • บริการเคลือบแก้ว เคลือบเซรามิกเพื่อการปกป้องระยะยาว
  • บริการซ่อมสีและตัวถัง

HYPERLAB CAR DETAILLING ตั้งอยู่ที่ 612 ม.3 ถ.โนนม่วง ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000 เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09:00 – 18:00 น. เพื่อให้รถของคุณสวยงามและพร้อมสำหรับทุกการเดินทาง ติดต่อ สอบถามเพิ่มเติม หรือโทร 066-156-9878

Similar Posts